อธิษฐานหลั่งไหลจากชีวิตที่ใกล้ชิดสนิทสนม

prayer energized by intimacy with God

การอธิษฐานที่ได้รับพลังจากชีวิตที่ใกล้ชิดกับพระเจ้า

Prayer energized by intimacy with God.

หลายครั้งคำอธิษฐานของเราหลั่งไหลออกมาจากความกลัว  ความกระวนกระวายใจ  ความวิตกกังวลใจ  ออกมาจากความรู้สึกที่ขาดแคลน   บางที่คำอธิษฐานออกมาจากหน้าที่ที่คริสเตียนที่ดีต้องทำ   ทำให้การอธิษฐานเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อแก้ปัญหาต่างๆนานา  การอธิษฐานช่างเป็นเรื่องน่าเบื่อ และไม่น่ารื่นรมย์เอาเสียเลย เพราะจดจ่อที่ปัญหา ปัญหา  ปัญหา  แต่จะดีไหมถ้าคำอธิษฐานของเราหลั่งไหลออกมาจากความรู้สึกที่ดีๆต่อพระเจ้าพระบิดาผู้ตอบคำอธิษฐานองเรา   จะดีไหมที่การอธิษฐานจะเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี  สนุก และเต็มไปด้วยสิทธิอำนาจ  ความมั่นใจในความรักของพระเจ้า และความมั่นใจว่าจะได้รับคำตอบจากพระบิดาแน่นอน   การอธิษฐาน หมายถึง การคุยกับพระเจ้า  การมีสามัคคีธรรมกับพระเจ้า  การอธิษฐานที่ปรากฏในพระคริสตธรรมคัมภีร์ มี สามประเภท  การอธิษฐานเข้าเฝ้าพระเจ้า (devotional prayer)     การทูลขอสำหรับตัวเอง (supplication)     การอธิษฐานวิงวอน เพื่อคนอื่น สถานการณ์  เมือง ประเทศ  (intercession)  ไมค์  บิคเคิ้ล กล่าวไว้ในหนังสือ “ Growing in Prayer “ ว่า เราทุกคนถูกเรียกให้อธิษฐาน  เพื่อเราจะมีส่วนร่วมในสามัคคีธรรมที่หัวใจลุกเป็นไฟของพระเจ้า   และท่านมีมุมมองใหม่เกี่ยวกับการอธิษฐานว่าเป็น ที่ที่เราพบพระเจ้า ( a place of encounter God)    การอธิษฐานเป็นวิถีทางที่เราจะรับพระพรจากพระเจ้า  เพราะหลายครั้งเราไม่ได้เพราะเราไม่ได้ขอนั่นเอง    การอธิษฐานเป็นวิถีที่เรามีหุ้นส่วนกับพระเจ้าให้น้ำพระทัยพระองค์สำเร็จ   และคำอธิษฐานทุกคำทุกรูปแบบเคลื่อนหัวใจพระเจ้า  แม้แต่คำอธิษฐานที่เราคิดว่าเป็นคำอธิษฐานที่อ่อนแอ หรือ สั้นๆ ก็ตาม   การอธิษฐานเข้าเฝ้าพระเจ้า ( devotional prayer ) เพื่อการเจริญเติบโตทางจิตวิญญาณ  เป็นการมีสามัคคีธรรมกับพระเจ้า  เน้นการนมัสการและขอความเข้มแข็งชีวิตภายในด้วยฤทธิ์เดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อให้ชีวิตเรารักและเชื่อฟังพระเจ้ามากขึ้น ลงลึกในสัมพันธภาพกับพระองค์มากขึ้นๆ   เราจะทูลขอให้มีประสบการณ์ในพระคุณพระเจ้า  ให้ ความคิดจิตใจ ได้รับการเปลี่ยนแปลง  ได้เข้าใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น  การอธิษฐานแบบนี้เราต้องเชื่อมต่อกับพระเจ้าในการนมัสการ  ในการใคร่ครวญพระคำ ( เอาพระคัมภีร์มาอ่าน-อธิษฐาน)   และ การสามัคคีธรรมกับพระวิญญาณบริสุทธิ์  ( เป็นที่รู้จักกันอีกชื่อว่า  contemplative prayer)   การอธิษฐานแบบนี้มีการเชื่อมต่อกับหัวใจของพระเจ้า ด้วยความรักที่เรารักพระเจ้า   เราทูลขอพระเจ้าขอที่จะรู้จักพระเจ้ามากขึ้น  เข้าใจทางของพระเจ้าและน้ำพระทัยของพระองค์สำหรับชีวิตของเรามากขึ้น   เพื่อจะรับความรักและได้รับการเสริมพลังอำนาจให้รักพระองค์ รักผู้อื่นมากขึ้น    การอธิษฐานเข้าเฝ้าพระเจ้าแบบนี้จะเสริมสร้างให้ชีวิตเราเติบโตในชีวิตที่สนิทสนมกับพระเจ้า กำลังฝ่ายวิญญาณของเราสามารถขึ้นๆลงๆได้ขึ้นกับ ปริมาณและคุณภาพของ การอธิษฐานเข้าเฝ้าพระเจ้าของเรา  ความสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญมาก เหมือนกับการทานวิตตามิน วันเวลาผ่านไปเรารู้สึกเข้มแข็งขึ้นภายใน  ทำให้เรามีกำลังที่จะดำเนินชีวิตที่ชอบธรรม สามารถต่อต้านชีวิตที่ประนีประนอมกับบาปได้  ไม่ซึมเศร้า ไม่รู้สึกถูกปฎิเสธ ไม่กลัว ซึมเซา  มีกำลังเข้มแข็งจากภายใน  ได้รับการเปลี่ยนแปลงความคิด จิตใจ  เพราะ​เหตุ​นี้​ข้าพ​เจ้า​จึง​คุก​เข่า​ต่อ​พระ​บิดา  (คำ​ว่า บิดา ของ​ทุก​ตระ​กูล​ใน​สวรรค์​ก็​ดี บน​แผ่น​ดิน​โลก​ก็​ดี มา​จาก​คำ​ว่า​พระ​บิดา​นี้)  ข้าพ​เจ้า​ทูล​ขอ​ให้​ประ​ทาน​ความ​เข้ม​แข็ง​ภาย​ใน​จิตใจ​ด้วย​ฤทธา​นุภาพ​ที่​มา​ทาง​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​องค์​แก่​พวก​ท่าน ตาม​พระ​สิริ​อัน​อุดม​ของ​พระ​องค์ 1 ให้​พระ​คริสต์​ประ​ทับ​ใน​ใจ​ของ​ท่าน​โดย​ทาง​ความ​เชื่อ ให้​ท่าน​ได้​หยั่ง​ราก​และ​ตั้ง​มั่น​อยู่​ใน​ความ​รัก  ข้าพ​เจ้า​ทูล​ขอ​ให้​ท่าน​สา​มารถ​เข้าใจ​ร่วม​กับ​ธรร​มิก​ชน​ทั้ง​หมด​ถึง​ความ​กว้าง ความ​ยาว ความ​สูง และ​ความ​ลึก  คือ​ให้​ซาบ​ซึ้ง​ใน​ความ​รัก​ของ​พระ​คริสต์​ซึ่ง​เกิน​ความ​รู้ เพื่อ​พวก​ท่าน​จะ​ได้​รับ​ความ​บริ​บูรณ์​ของ​พระ​เจ้า​อย่าง​เต็ม​เปี่ยม   (อฟซ 3:14-16)   การอธิษฐาน คือ ช่องทางซึ่งร่วมกันใช้สิทธิอำนาจตามกฎหมายกับสิ่งที่อยู่ภายใต้การครอบครองของเรา  ( จิตใจ  สถานการณ์  พื้นที่ทางกายภาพ )   คำอธิษฐานของเราจะเชื้อเชิญพระวิญญาณบริสุทธิ์ บนพื้นฐานของการร่วมใจกันให้ทรงเข้ามาจัดการในบริเวณที่เราครอบครอง (ทั้งภายใน และ ภายนอก)  การอธิษฐานเป็นช่องทางซึ่งเราร่วมกันเปิดให้พระวิญญาณทรงกระทำพระราชกิจองพระองค์ พระองค์ทรงกระทำ     พระราชกิจของพระองค์ได้ตามขนาดที่พระองค์ได้รับการทูลเชิญ     กุญแจของดาวิด และกุญแจแห่งแผ่นดินของพระเจ้า จะปฏิบัติการด้วยพันธสัญญาตามความยุติธรรมต่อหน้าศาลยุติธรรมของพระเจ้า   การอธิษฐานวิงวอน (Intercession)  การอธิษฐานเผื่อผู้อื่น ทั้งคน สถานที่ องค์กร  เมือง  พระเจ้าใข้การอธิษฐานวิงวอนปลดปล่อยฤทธอำนาจของพระเจ้ามากขึ้น  ปลดปล่อยพระพรให้กับบุคคล  ครอบครัว ธุรกิจ  พันธกิจ คริสตจักร  ภาคส่วนต่างๆของสังคม   การอธิษฐานต่อสู้เพื่อสิ่งที่เราอธิษฐานวิงวอน   ขอเพิ่มระดับของฤทธอำนาจของพระเจ้า  การจัดหาให้ของพระเจ้า  การปกป้อง การชี้นำ การักษาโรค  การปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่  ผู้ถูกล่วงละเมิด  ปลดปล่อยความยุติธรรม  เป็นต้น   การอธิษฐานวิงวอนเป็นหุ้นส่วนกับพระเจ้าปลดปล่อยการครอบครองของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในระดับชุมชน เมือง ประเทศ  เพราะพระเจ้าทรงสร้างเรามา นอกจากเพื่อมีสามัคคีธรรมกับพระองค์ และ ยังเพื่อครอบครองร่วมกับพระองค์บนแผ่นดินโลกด้วย “พระ​เจ้า​จึง​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ขึ้น​ตาม​พระ​ฉายา​ของ​พระ​องค์ ตาม​พระ​ฉายา​ของ​พระ​เจ้า​นั้น พระ​องค์​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ขึ้น และ​ทรง​สร้าง​ให้​เป็น​ชาย​และ​หญิงพระ​เจ้า​ทรง​อวย​พร​พวก​เขา ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “จง​มี​ลูก​ดก​ทวี​มาก​ขึ้น​จน​เต็ม​แผ่น​ดิน จง​มี​อำนาจ​เหนือ​แผ่น​ดิน จงครอบ​ครอง​ฝูง​ปลา​ใน​ทะเล และ​ฝูง​นก​ใน​ท้อง​ฟ้า กับ​สัตว์​ที่​เคลื่อน​ไหว​บน​แผ่น​ดิน​ทั้ง​หมด” (ปฐก 1:27 -28) “ฟ้า​สวรรค์​สูง​สุด​เป็น​ของ​พระ​ยาห์​เวห์ แต่​พระ​องค์​ประ​ทาน​แผ่น​ดิน​โลก​แก่​มนุษย์​ทั้ง​หลาย”  (สดด.115:16 )   การอธิษฐานขอเพื่อตัวเอง (supplication or personal petition) จะปลดปล่อยพระพรและความโปรดปรานของพระเจ้าในชีวิตของเรา ครอบครัวของเรา ทั้ง การเงิน การงาน พันธกิจ ความสัมพันธ์ สุขภาพ และสถานการณ์รอบข้าง การเปิดประตูสำหรับโอกาสใหม่ๆ การส่งต่อพระพรให้ผู้อื่น  คริสเตียนส่วนใหญ่ใช้เวลาในการอธิษฐานขอแบบนี้มาก และ อธิษฐาน สนทนา เข้าเฝ้าพระเจ้า น้อยมาก  ทำให้ชีวิตไม่เข้าใกล้ชิดพระเจ้า   การอธิษฐานที่หลั่งไหลจากชีวิตที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับพระเจ้า จะเป็นการอธิษฐานที่ออกมาจากความเข้าใจ  ความรู้สึกดีที่มีต่อพระเจ้า  ออกมาจากความรักที่เรามีต่อพระเจ้า  หลั่งไหลมาจากสัมพันธภาพที่ใกล้ชิด    หลั่งไหลมาจากการที่เราได้แตะหัวใจของพระเจ้า  อธิษฐานพระทัยพระองค์  อธิษฐานเห็นพ้องต้องกันกับพระองค์  อธิษฐานจากตำแหน่งแห่งสิทธิอำนาจของเจ้าสาว ที่นั่งข้างๆองค์เจ้าบ่าว   ครอบครอง  เคียงคู่ เคียงข้างพระองค์  ร่วมมือกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ในการอธิษฐาน และ อธิษฐานวิงวอน   เราอธิษฐานแบบนี้เราต้องเข้าใจความจริงพื้นฐาน สามประการ คือ  ประการแรก  มีภาพพระเจ้าที่ถูกต้องซึ่งทำให้รู้จักพระเจ้าอย่างที่พระองค์ทรงเป็น     ประการที่สอง  มีอัตตลักษณ์ของการเป็น บุตรพระเจ้า  ประการที่สามมีอัตตลักษณ์ของเจ้าสาวพระคริสต์ ในสามสี่ปีมานี้ ประเทศไทยมีการจัดสัมมนา เรื่อง หัวใจของพระบิดา ที่ทำให้เราเข้าใจ ว่าเราเป็นลูกที่รักยิ่งของพระบิดาอย่างไร  เราเป็นทายาท มีมรดกฝ่ายวิญญาณที่เราได้มาด้วยความชอบธรรมแห่งการไถ่ของพระคริสต์   เราเป็นลูกของพระเจ้าผู้สร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก  ผู้รักเรา โปรดปรานเรามาก  เรียกเราว่า ลูก  พระองค์จะไม่ทอดทิ้งเราแม้พ่อแม่จะทอดทิ้งเรา    ทุกอย่างของพระบิดาก็เป็นของเรา  มุมมองนี้ทำให้เรามองโลกและชีวิตเปลี่ยนแปลงไป  หัวใจเราเต็มล้นด้วยความรักเมตตาของพระบิดา  เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เปิดตาใจเรา  ถึงความพิเศษที่ได้เป็นบุตรพระเจ้า  ชีวิตเรามีการทะลุทะลวงด้วยประสบการณ์ในความรักของพระเจ้า   แต่เรามีป้อมปราการในความคิด ทำให้เรามีภาพพระเจ้าที่บิดผัน เข้าใจภาพพระเจ้าผิดพลาด เนื่องจากประสบการณ์กับคุณพ่อของเรา  ทำให้เรารู้สึกไปว่าพระเจ้าของเราเป็นเหมือนอย่างคุณพ่อฝ่ายโลกของเรา  ซึ่งความจริงแล้ว พระบิดาของเราสมบูรณ์แบบในความรัก ความเมตตา กรุณาของพระองค์ พระองค์เป็นพระเจ้าที่อารมณ์ดี ไม่ได้ขึ้งโกรธเราตลอดเวลา  และ ความรักของพระบิดาในสวรรค์ของเราจะสามารถชดเชย ความรักของคุณพ่อของเราที่ขาดอยู่  พระบิดาเติมเต็มหัวใจของเราได้ เพราะนี่คืองานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะเยียวยาบาดแผลในใจเรา     อัตตลักษณ์แห่งการเป็นบุตรพระเจ้า จะให้ความรู้สึกที่มั่นคงภายใน  ให้ความไว้วางใจในการดูแล จัดเตรียมของพระบิดาทุกอย่าง  “ เราเป็นลูกที่รักยิ่ง….พระเจ้าชอบเรามาก…..”   อัตตลักษณ์ การเป็นเจ้าสาวของพระคริสต์  เป็นภาพของความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือน พ่อกับลูก  แต่เป็น คนรัก  เป็นสหาย  มีความเท่าเทียมกันในสัมพันธภาพ  ที่ไม่เหมือนพ่อกับลูกที่มีความไม่เท่าเทียมกัน  พ่อ มีสิทธิอำนาจเหนือกว่าลูก    ความรักของคนรัก มี ความโหยหา คิดถึง  แรงปรารถนา  หึงหวง  เจ้าของ   กันและกัน  ความลึกซึ้งของความผูกพันเป็นหนึ่งเดียวกัน   การแบ่งปันชีวิต หุ้นส่วนชีวิต   อัตตลักษณ์ของผู้เชื่อ คือ เจ้าสาวของพระคริสต์ ( วว 19:7, 22:17  อฟซ 5:25-32)    เพราะว่าพระองค์ทรงรักเราหมดหัวใจ พระเจ้าจึงเรียกร้องให้ผู้เชื่อรักพระองค์หมดจิต หมดใจ สิ้นสุดกำลังความคิด แต่เป็นความรักที่สมัครใจเท่านั้น   เราจะรักพระเจ้าได้มากเท่าที่เรารู้ว่าพระเจ้ารักเรา   เราต้องมีประสบการณ์กับความรักของพระเจ้าทำให้รู้จักกับหัวใจและสายตาของพระเจ้าที่มองเรา  ” ถึงฉันจะดำแต่น่ารักในสายตาของพระเจ้า” (พซลม 1:5)    ถึงแม้เราจะอ่อนแอทำผิดพลายหลายอย่างพระเจ้าทรงรักเราอย่างดื่มด่ำ   แค่เราชายตามองพระองค์…. แค่เราเชื่อฟังพระเจ้าเล็กๆ  แค่เราอุทิศตัวให้พระเจ้าเล็กๆ  เราก็ได้ปล้นหัวใจพระเจ้าไปแล้ว ( พซลม 4:9)   ในช่วงเวลาที่เรามีความทุกข์ยากมากไม่สามารถสำผัสการทรงสถิตของพระเจ้าได้  พระองค์ทรงอยู่กับเรา เดินในความทุกข์เคียงข้างเราไมเคยทอดทิ้งเราเลย  แบกเราไปในเวลาที่เราไม่มีแรงเดิน   โอบกอดเราไว้ในเวลาที่เราไม่มีแรงจะอธิษฐาน  ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิจไม่เคยเปลี่ยนแปลง  ความอ่อนโยนของพระองค์ทำให้เรารักพระองค์แบบถอนตัวไม่ขึ้น  พระองค์เทความรักของพระองค์ในเส้นทางชีวิตที่เดินกับพระองค์  ความรักของพระองค์ได้ชนะใจเรา  ทำให้เราไว้วางใจพระองค์ พึ่งพิงพระองค์  เชื่อฟังพระองค์  พระองค์จุดไฟในหัวใจให้เป็นไฟที่ลุกไหม้ไม่รู้ดับ (พซลม 8:6-7)   ไฟรักที่มีต่อพระองค์  ความรักของพระองค์ดึงให้หัวใจของเจ้าสาวอธิษฐาน  อธิษฐานพระทัยพระองค์   ความรักที่ทำให้เราอธิษฐาน จะเป็นการอธิษฐานที่ยั่งยืน  ยาวนาน  จนกว่าองค์เจ้าบ่าวของเราเสด็จกลับมา  …” พระวิญญาณและเจ้าสาว  กล่าวว่า เชิญมาเถิด” วว 22:17   การมีประสบการณ์กับความรักของพระเจ้า  กับหัวใจของพระเจ้า เป็นมรดกของผู้เชื่อทุกคน  เราต้องพบพระเจ้าในชีวิตส่วนตัวของเราทุกวัน  พระองค์จะแบ่งปัน ความคิด  ความรู้สึกของพระองค์ กับเรา  ทำให้เราทำสงครามฝ่ายวิญญาณด้วยความมั่นใจในความรักของพระองค์ เหมือน พระราชินีเอสเธอร์ต่อสู้กับนาฮามานด้วยความมั่นใจในความรักของพระราชาที่มีต่อเธอ  เราจะไม่อธิษฐานอย่างสิ้นหวังเหมือนหญิงหม้าย แต่อธิษฐานต่อพระเจ้าในฐานะเจ้าสาว ผู้เป็นที่รักยิ่งของพระองค์ เราจะครอบครอง เคียงข้าง และ เคียงคู่ กับพระองค์  ใช้สิทธิอำนาจที่พระเจ้าให้เราในการอธิษฐานปลดปล่อยการปกครองของพระเจ้า ให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่  น้ำพระทัยพระองค์สำเร็จบนแผ่นดินสวรรค์อย่างไร  สำเร็จบนแผ่นดินโลกอย่างนั้น วรรณา  ไพบูลย์เกษมสุทธิ www.t-hop.org สนใจศึกษาเพิ่มเติมได้ใน  growing in prayer

Powered by www.477internet.com