เติบโตขึ้นในชีวิตอธิษฐาน บทที่ 3

growing in prayer

Growing in Prayer เป็นวิชาที่แปล จากการสอนของ Mike Bickle , www.mikebickle.org เป็นวิชาที่สอนใน IHOPU  ท่านสามารถเข้าไปฟังภาคภาษาอังกฤษได้ที่ เว็ปไซด์

ต่อไปนี้จะนำเสนอเอกสารที่แปลจาก  study note ของ อ ไมค์ มาแบ่งปัน

บทที่ 1 ไปที่ http://www.t-hop.org/home/growing-in-praeyr/

บทที่ 2 ไปที่ http://www.t-hop.org/home/?p=2025

บทที่ 3 

  1. ความสำคัญของการทูลขอ The Importance of Asking
  2. พื้นฐานของหลักการแผ่นดินของพระเจ้า พระองค์ต้องการปลดปล่อยพระพรมากขึ้น เพียงแต่เราจะทูลขอ พระองค์สามารถปลดปล่อยมากขึ้นโดยปราศจากการขอของเรา แต่พระองค์ทรงต้องการที่จะให้เรามีส่วนร่วมในขบวนการ พระองค์จึงให้เราทูลขอ เหมือนในพระคัมภีร์ยากอบ 4:2 ท่านไม่‍ได้รับ ​เพราะท่าน​ไม่‍ได้​ขอ

หลายครั้งทีเดียวที่เราลืมที่จะบอกพระเจ้า เรามักจะบอกปัญหาความต้องการของเราต่างๆ มากมายกับเพื่อนฝูง เช่น เราบอกว่า เราต้องการเงิน เราต้องการอำนาจ เราต้องการการเปลี่ยนแปลง เราต้องการการทะลุทะลวง เราต้องการสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนฝูง เราต้องการการเยียวยา ต้องการสิ่งนี้ต้องการสิ่งนั้น เราบอกเพื่อนฝูงของเรา พระเจ้าอยากจะบอกกับเราว่า บอกเราสิ คุยกับเราสิ ไม่ใช่แค่คุยกับเพื่อนเกี่ยวกับความต้องการของเจ้าเท่านั้นแต่คุยกับเรา เหตุผลที่พระเจ้าอยากจะให้เรานั้นคุยกับพระองค์ เพื่อขอจากพระองค์นั้น ไม่ใช่เพราะว่าพระเจ้าไม่รู้ว่าเราต้องการอะไร พระองค์ไม่ได้ขาดข้อมูล พระองค์ทรงทราบ พระองค์เพียงปรารถนาจะให้เราคุยกับพระองค์ พระองค์ต้องการสัมพันธภาพ พระองค์ต้องการปฏิสัมพันธ์กับเรา เมื่อเราบอกกับพระเจ้าเหมือนเราได้มีปฏิสัมพันธ์กับพระเจ้า พระเจ้าสัมผัสจิตใจของเรา เมื่อคำอธิษฐานของเราได้รับคำตอบ เราได้รู้สึกถึงพระเจ้าผู้ที่เรามองไม่เห็น พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์นั้นได้ยินเสียงของเรา โอ้ พระเจ้าตอบเรา พระองค์ทรงสนใจเรา พระองค์ไม่ต้องการอะไร พระองค์ต้องการสนทนากับเรา เมื่อเราเห็นว่าพระเจ้าผู้ไม่ปรากฏแก่ตานั้นทรงตอบ การตอบคำอธิษฐานนั้นสัมผัสจิตใจของเราและรู้ว่าพระเจ้าทรงทำให้คำอธิษฐานเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงๆ

  1. พระเจ้าทรงทราบถึงความต้องการของเรา ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ทูลขอต่อพระองค์ ไม่ได้บอกพระองค์แต่พระองค์ทรงรอคอยที่จะประทานสิ่งต่างๆ ให้กับเรา จนกระทั่งเรามาทูลขอจากพระองค์ การทูลขอทำให้เกิดใจประสานใจ เชื่อมต่อกับพระเจ้า เหมือนพระคัมภีร์ใน ฟิลิปปี 4:6 ข้อ 5 เขียนว่า “องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​อยู่​ใกล้​แล้ว 6อย่า​กระ‌วน‍กระ‌วาย​ใน​สิ่ง‍ใดๆ เลย แต่​จง​ทูล​พระ‍เจ้า​ให้​ทรง​ทราบ​ทุก‍สิ่ง​ที่​พวก‍ท่าน​ขอ โดย​การ​อธิษ‌ฐาน​และ​การ​วิง‍วอน พร้อม​กับ​การ​ขอบ‍พระ‍คุณ”
  2. พระเยซูคริสต์ทรงเรียกเราให้อธิษฐานด้วยความอดทน รอคอยการช่วยเหลือและพระพรของพระเจ้า พระองค์ทรงสอนให้เราขอและขออย่างต่อเนื่อง ให้เราแสวงหาและแสวงหาอย่างต่อเนื่อง    ให้เราเคาะและเคาะอย่างต่อเนื่อง คำกริยาเหล่านี้ที่ใช้ในพระคัมภีร์มัทธิว 7:7-8 นั้น ภาษากรีกนั้นเป็นกริยาปัจจุบันที่มีการกระทำอย่างต่อเนื่อง เป็น continuous present tense ที่ชี้ว่าทำและทำอย่างต่อเนื่อง

      มัทธิว 7:7-8  

       7“จง​ขอ​แล้ว​จะ​ได้ จง​หา​แล้ว​จะ​พบ จง​เคาะ​แล้ว​จะ​เปิด​ให้​แก่​พวก‍ท่าน 8เพราะ‍ว่า​ทุก‍คน​ที่​ขอ​ก็​ได้ และ​ทุก‍คน​ที่​แสวง‍หา​ก็​พบ ทุก‍คน​ที่​เคาะ​ก็​จะ​เปิด​ให้​เขา

 

  IX.    หลักการบางประการที่พึงจดจำไว้

ต่อไปนี้เป็นหลักการบางประการที่พึงจดจำไว้อย่างยิ่ง เมื่อคุณจะเริ่มที่จะอธิษฐาน เราจะมีการสอนเรื่องการเติบโตเกี่ยวกับการอธิษฐานนี้สองช่วง นี้เป็นเพียงการเริ่มต้นที่จะให้ความคิดโดยทั่วๆ ไปเกี่ยวกับเรื่องการอธิษฐาน การเติบโตขึ้นในการอธิษฐาน

  1. คำอธิษฐานของเรามีประสิทธิภาพถึงแม้ว่าจะสั้น จะเป็นคำอธิษฐานสั้นๆ คำอธิษฐานที่อ่อนแอหรือคำอธิษฐานที่ไม่ได้ไพเราะสวยหรูอย่างใด คำอธิษฐานของเรามีประสิทธิภาพเพราะว่าสิทธิอำนาจที่เรามีในพระเยซูคริสต์ ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของงานแห่งการไถ่ของพระองค์ที่ไม้กางเขนที่ได้สำเร็จแล้ว คำอธิษฐานของเรานั้นมีประสิทธิภาพไม่ว่ามันจะสั้นหรืออ่อนแอ หรือมีถ้อยคำที่ไม่สวยหรูสักแค่ไหน
  2. คำอธิษฐานสั้นๆ ขนาด 90 วินาทีนั้นเป็นคำอธิษฐานที่ทรงคุณค่าและมีประสิทธิภาพ เป็นคำอธิษฐานที่มีความหมายที่เชื่อมต่อเรากับหัวใจของพระเจ้าขณะที่พระองค์ทรงปลดปล่อย  พระพรมาที่เรา อย่าเริ่มต้นอธิษฐานเมื่อคุณมีเวลาสัก 1 ชั่วโมง จงใช้เวลาเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณมีอยู่และอธิษฐานสั้นๆ เช่น ช่วงระหว่างที่คุณเดินทางไปสู่ที่นัดหมาย ช่วงรอคอยไฟเขียวไฟแดง ช่วงที่คุณเข้าแถวในร้านอาหาร

คำอธิษฐาน 90 วินาทีที่เราให้กับพระเจ้านั้นจะทำให้เกิดความแตกต่างในชีวิตของคุณเองและของคนอื่นอย่างมากมาย คำอธิษฐานสั้นๆ 90 วินาทีนั้นสำคัญมาก อย่ารอจนคุณมีเวลา 1 ชั่วโมงจึงเริ่มต้นอธิษฐาน ให้อธิษฐานในแต่ละวันในขณะที่คุณขับรถ ขณะที่คุณยืนเข้าแถว ช่องว่างระหว่างกิจกรรมต่างๆ ให้อธิษฐานขณะที่คุณเดินไปเดินมา อธิษฐานสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณได้ แม้ว่าจะเป็นคำอธิษฐานสั้นๆ พระเจ้าสามารถปลดปล่อยพระพรของพระองค์จากคำอธิษฐานเพียง 90 วินาที อย่ารอจนกระทั่งคุณมี 1 ชั่วโมงถึงค่อยเริ่มอธิษฐาน ผมจะมีคำสอนต่อไปว่าคุณจะใส่คำอธิษฐานลงไปยังไง ถ้าคุณมีเวลา 1 ชั่วโมง ผมจะให้รายละเอียดกับคุณถึงการใช้เวลา ไม่ว่าเวลานั้นมันจะสั้นหรือยาวแค่ไหนในการอธิษฐาน

พี่น้องที่รัก ฤทธิ์อำนาจของการที่เข้าสนิทอยู่ในพระเยซูคริสต์เพียง 30 หรือ 90 วินาทีนั้นเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่มีความหมายที่เราจะสนทนากับพระเจ้า

ไมค์ บิคเคิลใช้คำนี้ว่า “sound bites” เวลาสั้นๆ ที่เราคุยกับพระเจ้าจะเป็นเวลาที่มีประโยชน์อย่างมากมาย

  1. คำอธิษฐานที่อ่อนแอ เราควรจะเห็นคุณค่าของคำอธิษฐานที่แม้ว่าจะเป็นคำอธิษฐานที่อ่อนแอ หลายครั้งเราเหมาเอาเลยว่า ถ้าเราไม่รู้สึกอะไรขณะที่เราอธิษฐาน พระเจ้าก็จะไม่รู้สึกอะไรด้วย ความจริงก็คือว่า เมื่อเราอธิษฐานอยู่ในความอ่อนแอของมนุษย์ แต่คำอธิษฐานเรานั้นได้ลอยขึ้นไปด้วยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า เพราะว่าความพอเพียงของพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ และเพราะว่าคำอธิษฐานนั้นสอดคล้องต้องกันกับหัวใจของพระเจ้า หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาจะเติบโตขึ้นในการอธิษฐาน เพราะเขารู้สึกดีๆ ระหว่างอธิษฐาน และเขาคิดว่าคำอธิษฐานเขาไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อเขารู้สึกอยู่ในภาวะจิตวิญญาณแห้งผาก

แท้จริงแล้วคุณค่าของคำอธิษฐานที่อ่อนแอนั้น ที่เราอธิษฐานในความอ่อนแอของเราทำให้คำอธิษฐานของเราลอยขึ้นไปหาพระเจ้า เพราะว่าพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ ผมใช้คำว่า “weak prayers” คำอธิษฐานที่อ่อนแอนั้น หมายถึง คำอธิษฐานที่เวลาเรารู้สึกแห้ง เรารู้สึกสับสน เรารู้สึกว่ามันไม่มีความหมาย ไม่มีแรงบันดาลใจ บางครั้งเรารู้สึกอย่างนั้น ตรงนี้ผมอยากจะสรุปว่า เพราะว่าเราไม่รู้สึกอะไรเลย พระเจ้าก็จะไม่รู้สึกอะไรเลยเหมือนกัน เราคิดผิดไปว่าถ้าคำอธิษฐานไม่ได้เคลื่อนเรา ก็จะไม่เคลื่อนพระเจ้าด้วย

คุณรู้ไหมพี่น้อง สิ่งที่เคลื่อนพระเจ้า คือ สิ่งที่สอดคล้องกับพระวจนะ ถ้อยคำของพระองค์ คุณอาจจะไม่มีความรู้สึกแต่ถ้าคุณสอดคล้องเห็นพ้องต้องกันกับถ้อยคำของพระองค์ แล้วคุณมาหาพระเจ้าด้วยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ คำอธิษฐานของคุณเป็นคำอธิษฐานที่มีฤทธิ์อำนาจ ไม่ว่าคุณจะรู้สึกมากหรือรู้สึกน้อยขณะที่คุณอธิษฐานก็ตาม บางคนยิ่งเข้าใจผิดว่าถ้าเผื่อเอาเพลงเพราะๆ มา แล้วก็เอาคนมาสักร้อยคนตื่นเต้น ตะโกน กระโดดโลดเต้น อันนั้นเรียกว่า “dynamic prayer meeting” เป็น prayer meeting ที่มีพลัง ที่จริงผมก็ชอบแบบนั้นแต่ผมอยากจะให้เราทำความเข้าใจกับพื้นฐาน ถ้าทุกคนตะโกนที่ห้อง แล้วเสียงดนตรีก็ดีไม่ได้มีความหมายทำให้การอธิษฐานนั้นมีประสิทธิภาพ เพียงแค่คุณเห็นพ้องต้องกันกับพระเจ้าก็ใช้ได้แล้ว คำอธิษฐานของเรามีประสิทธิภาพถ้าเราเห็นพ้องต้องกันกับพระองค์ กับถ้อยคำของพระองค์ ไม่ว่าคุณจะรู้สึกหรือไม่ก็ตามนี้คือสิ่งสำคัญ  ประเด็นนี้ผมอยากจะให้คุณเข้าใจและมีความมั่นใจ และอย่ารอจนกระทั่งคุณอยู่ในโมเม้นท์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความตื่นเต้น คุณจะมีความมั่นใจว่าคำอธิษฐานของคุณมีพลัง ฉะนั้นผมอยากจะสรุปประเด็นว่าถ้าคุณเห็นพ้องต้องกันกับพระคำของพระเจ้าก็ใช้ได้แล้ว ไม่ว่าคุณจะรู้สึกหรือไม่ก็ตาม

ผมอยากจะเล่าเรื่องให้พี่น้องฟัง เช้าวันหนึ่งผมได้เดินไปในที่ประชุม ขณะที่ผมอยู่นอกห้องอธิษฐาน ผมรู้สึกว่าผมได้ยินเสียงดังมากๆ ทะลุออกมาจากห้องข้างนอก ผมเข้าใจว่าซาวด์เอ็นจิเนียคงเร่งเสียงสปริตจนสุดโต่ง และคนในห้องคงตะโกน มีเหมือนกับคนเป็นร้อยๆ คน แต่เมื่อผมเปิดประตูห้องอธิษฐานเข้าไปปรากฏว่าห้องนั้นเงียบ และผมเดินเข้าไปข้างหน้ามีคนอยู่แค่สองคนที่อธิษฐานอยู่ ผมก็เลยรู้สึกว่าเอ๊ะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครในห้องแต่ทำไมอยู่นอกห้องเสียงมันดังมาก การอธิษฐานวันนั้นเป็นการอธิษฐานที่ผู้ชายที่อยู่ด้านหน้าสองคนนั้นน้ำตาคลอ ในที่สุดก็มีคนอีกประมาณ 20 คนเข้ามาในห้องอธิษฐาน ที่มีขนาดจุคน 200 คน ตอนช่วง 8.30 น. มันเป็นการอธิษฐานที่น่าเบื่อมากๆ สำหรับผม แต่พระเจ้าทรงพูดกับผมว่า สิ่งที่ผมได้ยินก่อนที่จะเข้ามาในห้องอธิษฐานที่มีคนสองคนนั้น เป็นเสียงประสานเสียงของทูตสวรรค์ และพระเจ้าบอกไม่ว่าคนมากหรือคนน้อย สองคนหรือสิบคนที่รวมตัวกันต่อหน้าเรานั้น และเห็นพ้องต้องกันกับถ้อยคำของเราเป็นสิ่งสำคัญมาก และทูตสวรรค์ก็จะร่วมด้วย คำอธิษฐานของเราลอยขึ้นไปหาพระเจ้าด้วยฤทธิ์เดชอำนาจ เพราะว่างานแห่งการไถ่ของพระเยซูคริสต์ที่ไม้กางเขน เพราะพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่เพราะความรู้สึกหรือความดีของเรา

  1. พระเจ้าทรงได้ยินคำอธิษฐานของเราทุกถ้อยทุกคำ ไม่ว่าจะเสียงดัง เสียงค่อย ไม่ว่าเราจะรู้สึกยังไง อย่าวัดคำอธิษฐานของคุณด้วยความรู้สึกของคุณเองเมื่อคุณอธิษฐาน แต่พึงระลึกไว้เสมอว่าคำอธิษฐานที่เห็นพ้องต้องกันกับพระเจ้าและน้ำพระทัยของพระองค์นั้น ถึงแม้จะเป็นคำอธิษฐานที่อ่อนแอไม่ได้เคลื่อนใจเรา แต่ว่าได้เคลื่อนใจพระเจ้า เราสามารถมีความมั่นใจว่าคำอธิษฐานของเรานั้นพระเจ้าทรงได้ยิน  ไม่ว่าเราจะรู้สึกขณะอธิษฐานยังไงก็ตาม เหมือน 1 ยอห์น 5 :14 บอกว่า เรามีความมั่นใจว่าพระองค์ได้ยินเรา ถ้าเราทูลขอสิ่งใดจากพระองค์ตามน้ำพระทัยของพระองค์ พระองค์ทรงได้ยินเรา
  2. คำอธิษฐานที่ไม่ได้สวยหรู ไม่ได้มีคำที่ไพเราะเพราะพริ้ง พระเจ้าทรงเห็นคุณค่าคำอธิษฐานของเรา ไม่ว่าเราจะใส่มันด้วยคำพูดอะไรก็ตาม คำอธิษฐานของเราทุกคำอธิษฐานมาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ ฮีบรู 4:16 ไม่ได้มาถึงที่นั่งของโต๊ะบรรณาธิการนิตยสารใดๆ
  3. ถึงแม้ว่าคำอธิษฐานของเราในที่ลี้ลับ หรือคำอธิษฐานของเราในห้องอธิษฐานที่สาธารณะ ไม่ได้เคลื่อนใจเรา แต่คำอธิษฐานของเราได้เคลื่อนทูตสวรรค์ และสิ่งสำคัญได้เคลื่อนหัวใจของพระเจ้า อย่าวัดคำอธิษฐานของคุณด้วยความรู้สึก เมื่อเราอธิษฐานอย่างเห็นพ้องต้องกันกับพระประสงค์ของพระเจ้า แม้คำอธิษฐานของเราอ่อนแอ คำอธิษฐานที่อ่อนแอก็เคลื่อนหัวใจของพระเจ้าเช่นกัน
  4. ขณะที่นายร้อยโครเนลิอัสอธิษฐานอยู่ ทูตสวรรค์ได้ปรากฏกับเขาและส่งข่าวมาให้เขา บอกว่า คำอธิษฐานของเขานั้นพระเจ้าทรงได้ยินและจดจำ

กิจการ 10:3-4

 3เวลา​ประ‌มาณ​บ่าย​สาม​โมง นาย‍ร้อย​คน​นั้น​เห็น​นิมิต​ชัด‍เจน​ว่า​มี​ทูต‍สวรรค์​องค์​หนึ่ง​ของ​   พระ‍ เจ้า​มา‍หา​ตน และ​กล่าว​ว่า “โคร‌เน‌ลิ‌อัส”  4โคร‌เน‌ลิ‌อัส​จ้อง‍มอง​ทูต​องค์​นั้น​ด้วย​ความ​ตก‍ใจ​กลัว และ​ถาม​ว่า “นี่​หมาย‍ความ​ถึง​อะไร ท่าน​เจ้า​ข้า?” ทูต‍สวรรค์​จึง​ตอบ​ท่าน​ว่า “คำ​อธิษ‌ฐาน​และ​การ​ให้​ทาน​ของ​ท่าน​ขึ้น​ไป​ถึง​พระ‍เจ้า​เป็น​เหตุ​ให้​พระ‍องค์​ทรง​ระลึก‍ถึง​ท่าน​แล้ว”

เรามาจินตนาการด้วยกัน โครเนลิอัสมีกลุ่มอธิษฐาน ที่ประชุมอธิษฐานของเขา เขากำลังอธิษฐานอยู่กับทหารของเขา 5-6 คน แต่ทันใดนั้นทูตสวรรค์ก็ปรากฏขึ้นและบอกว่า “คำอธิษฐานของท่านเป็นที่ระลึกถึง เป็นที่จดจำต่อหน้าพระเจ้า” หมายความว่ายังไง คำอธิษฐานของคุณนั้นส่งผลกระทบต่อสวรรค์ จะเป็นที่จดจำต่อหน้าพระเจ้าไปนิจนิรันดร์

ผมสงสัยเหลือเกินว่าที่ประชุมอธิษฐานของโครเนลิอัสเป็นยังไง โครเนลิอัสตกใจที่เห็นทูตสวรรค์ เขายังไม่ได้บังเกิดใหม่ด้วยซ้ำไป เขาเป็นผู้นำของกองทัพโรมัน ไม่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ ยังไม่บังเกิดใหม่ ยังไม่มีพระคัมภีร์ ยังเป็นคนต่างชาติ แล้วก็เป็นคนต่างชาติที่ไม่สามารถมีพระคัมภีร์ฮีบรูได้ด้วย เขาไม่มีทีมนมัสการที่แสนจะมีการเจิม เขาไม่มีอะไรเลยที่จะปรุงแต่งทำให้ที่ประชุมอธิษฐานของเขานั้นมีความน่าตื่นเต้น ไม่มีร้านกาแฟสตาร์บัคส์ ไม่มีอะไรเลยที่ทำให้ห้องอธิษฐานนั้นน่าอยู่ ผมคิดว่าน่าจะเป็นที่ประชุมอธิษฐานที่น่าเบื่อเสียจริงๆ มีคนอยู่ 5-6 คน ไม่มีพระคัมภีร์ ไม่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ ไม่มีการเปิดเผยสำแดง ไม่มีการเผยพระวจนะ ไม่มีเพลงนมัสการที่เต็มไปด้วยการเจิม ไม่มีการทรงสถิตของพระเจ้า ผมว่าแย่แน่ๆ

แต่ว่าทูตสวรรค์ก็ปรากฏขึ้นและทำให้โครเนลิอัสตกใจ คำอธิษฐานของคุณนั้นเป็นที่จดจำต่อหน้าพระเจ้าเป็นนิจนิรันดร์ เป็นที่ระลึกถึง สิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับความรู้สึกขณะอธิษฐานเลย ไม่ว่าจะน่าเบื่อหรือน่าตื่นเต้น ความรู้สึกไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องแต่สิ่งที่สำคัญคือ คำอธิษฐานที่สอดคล้องกับถ้อยคำของพระเจ้า นี่สิคือการอธิษฐานที่เต็มไปด้วยฤทธิ์อำนาจ

  1. การอธิษฐานนั้นเป็นอัจฉริยะของพระเจ้าที่ใช้ในการปกครองจักรวาล ทำไมน่ะหรือ เพราะว่าเมื่อเราพูดถ้อยคำของพระเจ้ากลับไปที่พระองค์ ถ้อยคำนี้จะทำให้เรามาเข้าใกล้พระเจ้า เข้าใกล้หัวใจของพระองค์ เชื่อมต่อประสานใจเราเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะคนที่กำลังอธิษฐานอยู่จะเชื่อมต่อใจเข้าด้วยกันกับสิ่งเดียวกัน จะทำให้เราถ่อมใจและเปลี่ยนแปลงเราในเวลาเดียวกันด้วย
  2. หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือว่า ผลพ่วงของการที่พระเจ้าพระบิดาทรงปกครองจักรวาลด้วยคำอธิษฐานนี้ ทำให้ผู้คนของพระองค์นั้นถูกสถาปนาในความใกล้ชิดสนิทสนม ถูกสถาปนาในชุมชนและในความถ่อมใจ ขณะที่เรานั้นเข้าส่วนเป็นหุ้นส่วนกับพระเยซูคริสต์ในการเปลี่ยนแปลงโลกนี้

หลายครั้งผมพูดกับพระเจ้าว่า พระองค์เจ้าข้า ทำไมพระองค์ถึงมีวิธีการที่จะครอบครอง ปกครองจักรวาลด้วยการอธิษฐาน พระองค์ทรงทำสิ่งนี้ พระองค์ทรงมีเหตุผล พระองค์ทรงใช้การอธิษฐานที่จะสถาปนาความสนิทสนมกับผู้คนของพระองค์ พระองค์ทรงนำชุมชนเข้ามาเพราะว่าการที่จะให้ผู้คนนั้นเข้ามาเชื่อมต่อกันในระดับจากใจถึงใจนั้น เป็นสิ่งที่พระเจ้าพระบิดาทรงพระประสงค์ พระองค์ทรงทำให้พวกเขาถ่อมใจเพราะว่าผู้คนที่อธิษฐานจะต้องไว้วางใจและพึ่งพิงพระเจ้า และไว้วางใจในวาระเวลาของพระองค์ ผู้คนที่อธิษฐานต้องเข้าเป็นหุ้นส่วนกับพระเยซู ขณะที่พระเยซูใช้เขาในการเปลี่ยนแปลงโลก นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นขณะอธิษฐาน ในการอธิษฐานพระบิดาตรัสว่า “เราปกครองจักรวาลนี้ด้วยการอธิษฐาน เพราะว่าเราคือพระบิดาและเราต้องการสัมพันธภาพกับผู้คนของเรา”    เอเมนและเอเมน

 

 

 

Powered by www.477internet.com