เติบโตขึ้นในชีวิตอธิษฐาน

growing in prayer

Growing in Prayer เป็นวิชาที่แปล จากการสอนของ Mike Bickle , www.mikebickle.org เป็นวิชาที่สอนใน IHOPU  ท่านสามารถเข้าไปฟังภาคภาษาอังกฤษได้ที่ เว็ปไซด์

ต่อไปนี้จะนำเสนอเอกสารที่แปลจาก  study note ของ อ ไมค์ มาแบ่งปัน

บทที่ 1 การเรียกให้อธิษฐาน  (The call to Prayer)

  1. บทนำ
  2. วิชานี้จะรวบรวมหลายหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการอธิษฐาน ตั้งแต่หลักการพื้นฐานจากพระคัมภีร์ และข้อแนะนำในเชิงปฏิบัติ  อีกทั้งพูดถึงการแสดงออกเกี่ยวกับการอธิษฐานต่างๆในเชิงประวัติศาสตร์ และในเชิงนัยสำคัญที่ชัดเจนขึ้นในคนรุ่นที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมา

ดังที่ผมได้กล่าวไป ผมจะไม่พูดถึงทุกๆอย่างที่เขียนไว้ในโน้ต เพราะว่าจะมีหนังสือออกมาใน 2-3 เดือนข้างหน้า ชื่อ “เติบโตขึ้นในชีวิตอธิษฐาน” (Growing in Prayer) ผมได้เอาหนังสือเล่มนี้มาสอนทั้งหมด วิชานี้สอนในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและจะสอนอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทั้งหมดจะเป็น 20 ชั่วโมง มีพื้นฐานมากมายที่ผมอยากจะพูดถึงและสำคัญมาก ที่จะทำให้หัวใจของเรานั้นได้รับแรงบันดาลใจและทำให้ความคิดของเรานั้นจดจ่อได้ เนื้อหาของหัวข้อต่างๆเกี่ยวกับอธิษฐานนั้นจะครอบคลุมทั้งพื้นฐานจากพระคัมภีร์ แต่ว่าเราจะใส่ใจมากขึ้นในเรื่องของการประยุกต์มาใช้ในเชิงปฏิบัติ เราจะมองทั้งเชิงประวัติศาสตร์และจะมองทั้งผลกระทบของพันธกิจอธิษฐานตลอดประวัติศาสตร์ และคุณจะแปลกใจว่ามีพันธกิจอธิษฐาน 24 ชั่วโมงเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของเรา เพราะว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เน้นย้ำเกี่ยวกับการอธิษฐานมาโดยตลอด

หลังจากนั้นเราจะใช้เวลาพูดคุยเกี่ยวกับความสำคัญของการเปิดเผยสำแดงหรือการเผยพระวจนะต่อการอธิษฐานในยุคสมัยของเราที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมา     เราจะเห็นว่ามีคำเผยพระวจนะมากมายเพียงใดในพระคัมภีร์เน้นเรื่องการอธิษฐาน ในความคิดเห็นของผม เรียกว่าพวกเราอยู่ในช่วงแรกๆของสิ่งเหล่านี้ที่กำลังเกิดขึ้น พระวิญญาณบริสุทธิ์กำลังเน้นเรื่องการอธิษฐานมากขึ้นในยุคสมัยของเราจนกระทั่งพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา ผมคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่ลูกๆของคุณและลูกๆของผมจะมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาต้อนรับพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา เรื่องการอธิษฐานนั้นอยู่ในความคิดจิตใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์และก็อยู่มาโดยตลอด พระองค์ทรงนำเรื่องการอธิษฐานให้ยกระดับขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง หมายความว่าการยกระดับการอธิษฐานของพระวิญญาณบริสุทธิ์จะมีการปลดปล่อยพระคุณในระดับที่เพิ่มขึ้น

 

  1. วัตถุประสงค์ในการสอนวิชานี้ คือ
  2. ที่จะให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติที่จะพัฒนาชีวิตอธิษฐาน
  3. เพื่อจะให้เข้าใจในพระคัมภีร์ว่ามีวิธีการอธิษฐานที่แตกต่างหลากหลายอย่างไร และมีหลักการยังไงบ้างจากพระคริสตธรรมคัมภีร์
  4. จะให้ภาพใหญ่ เพื่อจะเข้าใจว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์กำลังทำอะไร เน้นเรื่องการอธิษฐานตลอดทั่วโลกนี้ในวาระเวลาของเรา

นี้เป็นวัตถุประสงค์ของผมตลอดการเรียนการสอนนี้ อยากจะให้ทุกคนรู้ว่าเราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เมืองไหนหรือประเทศไหน พระวิญญาณบริสุทธิ์กำลังทำให้เกิดการประสานในระดับทั่วโลก ทั้งคนหนุ่มสาว ทั้งผู้ที่นมัสการและผู้ที่อธิษฐาน พระองค์กำลังประสานเป็นหนึ่งเดียวในการเคลื่อนไหวต่างๆ ทั้งการอธิษฐานนมัสการในทุกประเทศต่างๆทั่วโลก เรื่องราวของเราเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวภาพใหญ่ที่พระกายของพระคริสต์นั้นกำลังดำเนินไป

 

  1. คำจำกัดความของคำว่า “คุยกับพระเจ้า” Talking with God ไม่ใช่ ” คุยถึงพระเจ้า” Talking to God

การคุยกับพระเจ้า (Talking with God) สามารถมีได้หลายรูปแบบ แต่ว่าประเด็นสำคัญคือ เป็นการสื่อสารสองทางกับพระเจ้าที่ทรงผลทำให้เกิดชีวิตที่เปลี่ยนแปลง

เราจะเริ่มต้นด้วยคำจำกัดความของการอธิษฐาน อธิษฐานคือการคุยกับพระเจ้า มันอาจจะดูง่ายชัดเจนแต่ไม่ใช่การคุยถึงพระเจ้า (Talking to God)  สองคำนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

การคุยกับพระเจ้าเป็นการสื่อสารสองทางที่ส่งผลในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราและปลดปล่อยพระพรไปยังผู้คน

 

  1. เราคุยกับพระเจ้าพระผู้สร้างผู้ที่ไม่มีใครสร้างพระองค์ เป็นพระเจ้าที่สร้างจักรวาลนี้ พระองค์ทรงฟังเราอย่างตั้งใจด้วยความรักอย่างมากมาย พระองค์ทรงตอบสนองด้วยการเปิดเผยหัวใจของพระองค์  ทรงชี้นำ อวยพรสถานการณ์ เปลี่ยนแปลงชีวิต อารมณ์ของเรา แตะต้องผู้คนที่เรารัก     รื้อฟื้นคริสตจักร ช่วยผู้คนที่หลงหาย ปลดปล่อยความยุติธรรมส่งผลกระทบต่อสังคมและอื่นๆ        อีกมากมาย เป็นสิทธิพิเศษที่มีผลพวงมากมายต่อชีวิตของเราและต่อโลกนี้ ผลนั้นคุ้มค่าที่เราจะใช้เวลาในการเพาะบ่มชีวิตอธิษฐานที่เข้มแข็ง

ให้เราจินตนาการถึงสิทธิพิเศษอันเต็มไปด้วยสง่าราศีของการอธิษฐาน เราได้ยินคำอธิษฐานที่บอกว่า  ให้เราอธิษฐาน ให้รอคอย เรากำลังคุยกับพระเจ้าผู้ที่ไม่มีใครสร้าง และไม่มีใครสร้างพระองค์ พระองค์เป็นพระเจ้าที่ไม่มีใครสร้าง พระองค์เป็นนิรันดร์ พระองค์เป็นพระเจ้าของจักรวาล พระองค์ทรงฟังเราอย่างตั้งใจ จดจ่อและเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อเรา ผมเคยถามพระเจ้ามากมายหลายครั้ง พระเจ้าทำไมพระองค์จึงสนใจที่จะคุยกับผมนัก ผมไม่น่าสนใจสักเท่าไหร่ พระเจ้าพระองค์ทรงสนใจแม้ในความอ่อนแอและในหัวใจที่แตกสลายของเรา พระองค์ทรงรักเราอย่างมากมาย พระองค์ทรงตั้งใจฟังเรา พระองค์ตอบสนองโดยการเปิดเผยหัวใจของพระองค์ และการตอบสนองของพระองค์ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นการตอบสนองที่ช้าแต่ว่าก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

เป็นกฎอย่างหนึ่งที่คุณไม่สามารถจะวัดการอธิษฐานได้ด้วยจำนวนวัน หรือจำนวนสัปดาห์ หรือจำนวนเดือน ถ้าเราจะวัดการอธิษฐานด้วยการฟื้นฟู การเปลี่ยนแปลงประเทศ    เราจะต้องใช้เวลาวัดเป็น 10 ปี    มีคำอธิษฐานมากมายที่ได้รับการตอบ ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยพระพร ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงหัวใจ การเปลี่ยนแปลงประเทศ คุณจะต้องวัดเป็น 10 ปี ไม่ใช่วัดเป็นเดือน หรือเป็นอาทิตย์ เพราะว่าเรานั้นกำลังสร้างสิ่งต่างๆขึ้นบนคำอธิษฐานของผู้คนที่อธิษฐานก่อนหน้าเราแล้วเป็น 10 ปี     ทำให้สิ่งต่างๆนั้นอยู่ในจังหวะเร่ง เตาไฟแห่งการอธิษฐานนั้นร้อนขึ้นๆทุกวัน นักเทศน์ชื่อดังคนหนึ่งได้กล่าวดังนี้ว่า “เมื่อใดก็ตามที่พระเจ้าจะทรงทำบางสิ่งบางอย่างในโลก พระองค์จะทำให้ผู้คนของพระองค์นั้นอธิษฐานอย่างมากมาย”  พระองค์จะทำให้ผู้คนของพระองค์อธิษฐานเมื่อพระเจ้าจะทำบางสิ่งบางอย่าง      ผมกำลังพูดถึงจิตวิญญาณของการฟื้นฟู      ผมกำลังพูดถึงการตื่นตัวครั้งใหญ่ครั้งที่สามของอเมริกา     การตื่นตัวครั้งใหญ่ของบรรดาประชาชาติในโลก หมายสำคัญที่เร่งเร่าให้เกิดการฟื้นฟูก็คือ จังหวะเร่งของการอธิษฐานที่ระเบิดขึ้นทั่วโลกมีมากมาย เรื่องนี้ผมจะใช้เวลาพูดในชั่วโมงเรียนหน้า

พระเจ้าทรงตอบสนอง พระองค์ทรงเปิดเผยหัวใจของพระองค์ พระองค์ทรงให้การชี้นำ พระองค์ทรงอวยพรสถานการณ์     พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงอารมณ์ความรู้สึกของเรา พระองค์ทรงรื้อฟื้นคริสตจักร พระองค์ทรงช่วยผู้ที่หลงหาย พระองค์ทรงสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม สิ่งต่างๆเหล่านี้นั้นเกิดขึ้นเมื่อเราเป็นหุ้นส่วนกับพระเจ้า    แม้ในความอ่อนแอของเราและแม้ในการอธิษฐานที่แสนจะธรรมดาของเรา   สิ่งต่างๆเหล่านี้เมื่อเราหุ้นส่วนหัวใจกับพระเจ้า หุ้นส่วนกับพระองค์ พระองค์ทรงกระทำ พระเจ้าจะไม่ทรงทำสิ่งเหล่านี้แยกจากการเข้าหุ้นส่วนกับเรา   หมายความว่าถ้าปราศจากการเข้าหุ้นส่วนของเรากับพระองค์นั้น    พระเจ้าจะไม่ทำ พระองค์ทรงทำกิจของพระองค์โดยการเป็นหุ้นส่วนกับคำอธิษฐานของผู้คนอย่างคุณและอย่างผม มีผู้คนที่อธิษฐานกับพระองค์เป็นร้อยล้านคน เราทุกคนเหมือนกัน เราทุกคนอ่อนแอ เราทุกคนแตกสลายแต่พระองค์ก็ยังยืนยันที่จะเป็นหุ้นส่วนกับผู้คนของพระองค์อยู่นั่นเอง    สิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิพิเศษในการที่เราจะคุยกับพระเจ้าของเราผู้ไม่มีใครสร้างและทำให้เกิดผลกระทบต่างๆเหล่านี้ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พี่น้องที่รักมันคุ้มค่าจริงๆที่จะเพาะบ่มชีวิตแห่งการอธิษฐาน นี้คือสิ่งที่ผมอยากจะเน้น บางครั้งเราฟัง เราเรียนเรื่องการอธิษฐานและเราคุ้นเคยกับมันมากเกินไป แต่ผมอยากจะบอกว่ามันคุ้มค่าจริงๆที่เราจะลงทุนเพาะบ่มชีวิตของการอธิษฐาน

 

  1. เราจำเป็นจะต้องมุมานะ พยายามที่จะจัดการกับชีวิตอธิษฐานของเรา เพราะว่าถ้าเราอยู่เฉยๆชีวิตอธิษฐานของเราจะไม่พัฒนาไป พระวิญญาณบริสุทธิ์จะช่วยทุกคนที่มีใจปรารถนาที่จะมีชีวิตอธิษฐานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

เราจะต้องต่อสู้ เราจะต้องลงทุน ลงแรง เพราะว่าชีวิตอธิษฐานของเราจะไม่พัฒนาไปเองโดยอัตโนมัติ นอกเสียจากว่าเราตั้งใจที่จะพัฒนาชีวิตอธิษฐานของเรา ผมยืนยันได้เลยว่าถ้าเราไม่ตั้งใจลงทุน ลงแรง 99% ชีวิตอธิษฐานของเราจะไม่พัฒนา ฉะนั้นความตั้งใจ การต่อสู้ การลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญ นี้เป็นบางสิ่งบางอย่างที่ในชีวิตส่วนตัวของผมเองเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ผมได้ตั้งใจเลยว่าจะทำสิ่งนี้ ตอนนั้นผมอายุ 18 ตอนนี้ผมอายุ 59 แล้ว ยังคงตั้งใจอยู่ ที่จะตั้งหัวใจให้เติบโตและพัฒนาชีวิตอธิษฐานของผมเอง

แรกเริ่มเดิมทีนั้นผมไม่ชอบการอธิษฐานเลย ผู้นำอนุชนของผมบอกว่าผมจำเป็นจะต้องเติบโตในการอธิษฐาน ผมก็บอกได้ครับ    จริงๆแล้วผมไม่ชอบเรื่องการอธิษฐานและการอดอาหารเลย มีสองสิ่งเท่านั้นเองที่ผมสนใจ คือไปประชุมและสัมมนา   แต่วันเวลาผ่านไป 40 ปี ผมมีข่าวดีจะบอกคุณ ผมเป็นลูกค้าที่มีความพึงพอใจ ผมกลับมาชอบการอธิษฐานอย่างมาก มีหลายสิ่งที่ผมเรียน พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้สัญญาว่าพระองค์จะช่วยเรา บางครั้งคุณอาจจะรู้สึกว่ามันคงจะไม่เกิดขึ้นกับตัวคุณ แต่ผมอยากจะหนุนใจคุณว่า สิ่งนี้เป็นไปได้ เพราะว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นทรงฤทธิ์อำนาจ พระองค์จะช่วยและพระองค์เองนั้นมี commitment ที่จะอุทิศทุ่มเทให้กับคุณ ถ้าคุณจะทำเพียงก้าวแรก พระองค์จะพาคุณไป และเปลี่ยนแปลงและทำให้คุณเติบโต สิ่งเหล่านี้ใช้เวลา แต่ให้รักษาความตั้งใจไว้

 

  1. ชีวิตอธิษฐานของเราสามารถจะก้าวหน้า เปลี่ยนจากทำเป็นหน้าที่(duty) เป็นวินัย (discipline) และเปลี่ยนจากวินัย (discipline) เป็นชื่นชมยินดี (delight) ได้  นี้เป็นคำพูดของ Larry Lea

Larry Lea เป็นผู้ที่เขียนหนังสือที่ขายดีมากเป็นล้านๆเล่ม  Larry Lea ได้เขียนหนังสือชื่อ “เจ้าจะอดทนรอคอยกับเราอีกสักชั่วโมงไม่ได้หรือ” (Can You Not Tarry with Me One Hour?) เป็นหนังสือที่ใช้ข้อพระคัมภีร์ที่พระเยซูได้พูดกับสาวกในสวนเกทเสมเน ว่า “ให้อดทนรอคอยกับพระองค์ในสวนเกทเสมนีในการอธิษฐาน” หนังสือเล่มนี้เขียนได้ดีมาก ประมาณปี 1984-1985 ที่หนังสือนี้ออก ผู้คนในอเมริกาอ่านหนังสือเล่มนี้กัน เป็นหนังสือที่คลาสสิค     เป็นหนังสือที่แตะต้องจิตใจของผม เพราะว่า Larry Lea เขียนบอกว่า “ชีวิตอธิษฐานของเราสามารถจะเปลี่ยนจาก duty คือทำเป็นหน้าที่ เป็น discipline ทำเป็นวินัย จากวินัยมันจะเปลี่ยนกลายเป็นความชื่นชมยินดี” นี้เป็นความคิดที่น่าตื่นเต้นมากๆ ผมชอบชีวิตอธิษฐานจะกลายเป็นความชื่นชมยินดี สำหรับผมเริ่มต้นด้วย duty เป็นหน้าที่แล้วก็ทำไป ทำเป็นหน้าที่ไปสักพักมันจะเหนื่อยมาก ผมไม่มีนิมิตเลยว่าวันหนึ่งมันจะเปลี่ยนจากความเป็นหน้าที่กลายเป็นความชื่นชมยินดีได้อย่างไร นี้เป็นความคิดที่เกิดขึ้นในหัวสมองผมเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ในที่สุดแสงสว่างก็ส่องเข้ามาในใจผม ใช่แล้วในที่สุดอธิษฐานนั้นเป็นเรื่องของ delight เป็นเรื่องที่น่ายินดี ผมกำลังเดินเส้นทางนี้

 

  1. อิสยาห์ได้พยากรณ์ว่า พระองค์จะทำให้ผู้รับใช้ของพระองค์นั้นชื่นชมยินดีในการอธิษฐาน เขากำลังพูดถึงมิติใหม่ของการอธิษฐาน การอธิษฐานที่เต็มไปด้วยความยินดี และเขาเรียกการอธิษฐานว่า “การอธิษฐานที่เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี” (enjoyable prayer) Enjoyable prayer การอธิษฐานที่ชื่นชมยินดี การอธิษฐานที่เต็มไปด้วยความสดใหม่ หัวใจที่เบิกบาน หัวใจที่สดใส ถ้าการอธิษฐานไม่เต็มไปด้วยความยินดีแล้ว มันยากเหลือเกินที่การอธิษฐานนั้นจะยั่งยืน

อิสยาห์ 56:7 “เราจะเขามายังภูเขาบริสุทธิ์ของเรา เราจะทำให้เขาชื่นบานอยู่ในนิเวศอธิษฐานของเรา”

อิสยาห์ 56:7 ชื่นบาน /delightful  เป็นการอธิษฐานที่เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี เราจะทำให้ผู้คนของเรายินดีในนิเวศอธิษฐาน ยินดีไม่ได้หมายความว่า แค่มีความสุขตามแนวคิดทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงแค่หัวเราะแต่ชื่นชมยินดี / Joyful

และแล้วผมก็เริ่มใช้วลีที่ว่า “enjoyable prayer” การอธิษฐานที่เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี เราจะทำให้เขาชื่นชมยินดี เราจะทำให้เขามีประสบการณ์กับการอธิษฐานที่เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี นี้เป็นคำเผยพระวจนะใน อิสยาห์ 56:7 ถ้าไม่ชื่นชมยินดีในการอธิษฐาน หรือการอธิษฐานที่ขาดความชื่นชมยินดี การอธิษฐานนั้นจะไม่ยั่งยืน ถ้าความคิดเรื่องการอธิษฐานของคุณเหมือนกับของผมเมื่อ 5 หรือ 10 ปีที่แล้ว การอธิษฐานนั้นจะจดจ่ออยู่ที่หน้าที่ และถ้าผมจะพิสูจน์ว่าผมรักพระเจ้า ผมก็จะจ่ายราคา จ่ายราคา ความคิดอย่างนี้เป็นประสบการณ์ของผมเป็น 10 ปี และผมก็จะจ่ายราคา จ่ายราคาและก็อธิษฐาน

เมื่อผมมองย้อนหลังไปเหมือนกับพระเจ้าบอกว่า “เจ้าจ่ายราคาที่จะทำสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย คุยกับเรา เจ้ากำลังจ่ายราคาที่จะคุยกับพระเจ้าที่น่าเบื่ออย่างนั้นหรอ เจ้าเสียสละที่จะคุยกับพระเจ้าที่น่าเบื่ออย่างนั้นหรอ” นี้เป็นจินตนาการที่ผมคิดว่าพระเจ้าคิดยังไงกับผม และผมรู้สึกว่าพระเจ้าคุยกับผม  “เจ้าจะแปลกใจ ถ้าเจ้าค้นพบว่าเราน่าสนใจมากแค่ไหน และการคุยกับเรานั้นเต็มไปด้วยความสุขความยินดีสักแค่ไหน” สิ่งนี้ได้เปลี่ยนมุมมองของผมอย่างมากมาย ผมอยากจะให้คุณมีนิมิตสำหรับการอธิษฐานที่เต็มไปด้วยความยินดี

 

  1. ผู้เชื่อทุกคนถูกเรียกให้เติบโตในการอธิษฐาน
  2. พระเจ้าทรงเรียกผู้เชื่อทุกคนที่จะมีชีวิตอธิษฐานตั้งแต่ผู้เชื่อใหม่จนถึงผู้เชื่อที่มีอายุในพระเจ้าที่ยืนยาว สิ่งยอดเยี่ยมมากที่สุดที่เราสามารถที่จะพัฒนาชีวิตและสัมพันธภาพของเรากับพระเจ้าได้ ก็คือ การเติบโตในการอธิษฐาน

ผู้เชื่อทุกคนถูกเรียกให้เติบโตในชีวิตอธิษฐานไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เชื่อใหม่เอี่ยม หรือเป็นผู้เชื่อนานแล้วก็ตาม ทุกคนถูกเรียกให้เติบโตในชีวิตอธิษฐาน ทุกคนที่รักพระเยซูคริสต์ถูกเรียกให้เติบโตขึ้นในการอธิษฐาน นี้เป็นการทรงเรียก ผมยังไม่เคยเจอผู้เชื่อที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเติบโตขึ้นในชีวิตอธิษฐาน แน่นอนที่สุดแม้แต่ผมเองก็ต้องการที่จะเติบโตขึ้นในชีวิตอธิษฐาน

สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่คุณสามารถจะทำเพื่อพัฒนาชีวิต เพื่อจะพัฒนาสัมพันธภาพก็คือการเติบโตขึ้นในชีวิตอธิษฐาน เหตุผลที่ผมพูดเช่นนี้ก็เพราะว่าหลายคนเข้าใจผิด ถ้าเขาใช้เวลาในการอธิษฐานมากเกินไป เขาจะอ่อนแอ และก็ไม่มีเวลาที่จะไปมีสัมพันธภาพที่ดีกับคนอื่น พี่น้องที่รัก คุณจะรักผู้คนได้มากขึ้น ถ้าคุณมีชีวิตอธิษฐานที่เข้มแข็ง คุณจะเข้มแข็งและคุณจะรักผู้อื่นมากขึ้น ชีวิตอธิษฐานจะไม่ทำลายสัมพันธภาพของคุณกับผู้คน แต่ว่ายังจะช่วยจัดการกับความฝ้าฟางในมุมมองของเรา จัดการกับคำพูด จัดการกับสิ่งรบกวนต่างๆ ทำให้เรามีการต่อสู้ทางภายในจิตใจลดลง ทำให้เรารักคนอื่นได้มากขึ้น

 

  1. การที่เราจะเป็นคนอธิษฐานเป็นสิ่งสำคัญ เป็นการทรงเรียกที่สำคัญมากที่สุดของเรา เป็นการทรงเรียกที่สำคัญที่เราจะอธิษฐานมากกว่าที่เราจะเป็นคู่สมรส เป็นสามีหรือภรรยา เป็นพ่อหรือแม่ เป็นศิษยาภิบาล เป็นนักเทศน์ เป็นผู้นำในโลกธุรกิจ เราจะเป็นสามีหรือภรรยา พ่อแม่หรือผู้นำได้ดีขึ้น ถ้าเราจะใช้เวลาในการอธิษฐาน ไม่ใช่ผู้เชื่อทุกคนที่ถูกเรียกให้เทศนา แต่เราทุกคนถูกเรียกให้อธิษฐาน การอธิษฐานไม่ใช่เป็นสิ่งที่เราจะเลือกทำหรือไม่เลือกทำก็ได้ เพราะว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตฝ่ายวิญญาณของเรา พี่น้องที่รักคุณอยากจะร่วมเข้ามาในชุมชนที่ได้รับการเร้าใจฝ่ายวิญญาณจากพระเจ้าหรือไม่ ให้เราเติบโตขึ้นในการอธิษฐานและเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฝ่ายวิญญาณด้วยการอธิษฐาน เพราะนี้คือเวลาที่เราควรจะเริ่มต้น

 

  1. การอธิษฐานนั้นเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อกับพระวิญญาณ พระเยซูคริสต์ได้พูดว่า “ตัวเรานั้นไม่สามารถจะเดินเข้าไปสู่เป้าประสงค์ของพระเจ้าอย่างบริบูรณ์ได้โดยปราศจากการเติบโตขึ้นในการอธิษฐาน หรือการติดสนิทกับพระเยซูคริสต์” (ยอห์น 15:5) พระเยซูตรัสไว้ว่า “เว้นไว้เสียแต่ว่าเราจะเข้าสนิทกับพระองค์” เราจะเติบโตขึ้นในการอธิษฐาน เราไม่สามารถจะทำอะไรทำให้เกิดผลหรือเติบโตขึ้นฝ่ายวิญญาณได้เลย

พระเยซูได้พูดในยอห์น 15 เกี่ยวกับการอธิษฐาน “ถ้าท่านเข้าสนิทในเรา” หมายความว่า ตรงนี้พระเยซูกำลังพูดเรื่องชีวิตอธิษฐาน การเข้าสนิทในพระองค์จำเป็นต้องมีการสนทนาสื่อสองทาง ถ้าพระองค์ตรัสอย่างนั้น แล้วเราทำอย่างนี้ เราก็จะเกิดผล จะเป็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติ เป็นมิติฝ่ายวิญญาณที่ทำให้ชีวิตของเรานั้นได้รับแรงบันดาลใจ พระเจ้าจะสัมผัสเราด้วยแรงบันดาลใจที่เหนือธรรมชาติ ให้แรงจูงใจกับเราที่จะรักพระเยซูคริสต์ คุณจะมีความสามารถที่จะกล่าวและทำสิ่งต่างๆที่เคลื่อนใจผู้คน คุณไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ด้วยกำลังของคุณเอง เพราะว่าการดลใจที่เหนือธรรมชาติมีเกินความสามารถของมนุษย์ นี้คือสิ่งที่พระเยซูพูดเอาไว้ในยอห์น 15 ว่า คือ การเกิดผล

พระเยซูพูดในอีกมุมหนึ่ง คือว่า ถ้าแยกจากเรา ถ้าไม่เชื่อมต่อกับเรา เจ้าจะทำสิ่งนั้นไม่ได้ เจ้าไม่สามารถที่จะทำให้เกิดการดลใจทางฝ่ายวิญญาณในหัวใจของตัวเอง และไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ จูงใจคนอื่น เคลื่อนหัวใจคนอื่นได้ด้วย คุณอาจจะให้คำแนะนำที่จะช่วยตัวเอง แรงจูงใจตามความสามารถของมนุษย์ได้ แต่คุณเคลื่อนหัวใจผู้คนให้รักพระเยซูและรักความชอบธรรมด้วยความสามารถของคุณไม่ได้ คุณอาจจะหนุนใจให้เขามีความกล้าหาญที่จะเผชิญกับความยากลำบาก แต่คุณจะไม่สามารถที่จะกระตุ้นปลุกเร้า ขับเคลื่อนในฝ่ายวิญญาณทำให้เขาทำสิ่งนั้นได้ คุณจะสามารถทำสิ่งต่างๆในการเคลื่อนใจของตัวเองให้เข้าหาพระเจ้า และเคลื่อนใจคนอื่นได้นั้น คุณจะต้องพัฒนาชีวิตอธิษฐาน นี้เองพระเยซูบอกว่า “ติดสนิทในเรา และเราเข้าสนิทในท่าน” ผมอยากจะย้ำอีกครั้งว่า เราไม่สามารถดำเนินไปสู่ลิขิตชีวิต เป้าประสงค์ของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของเราได้อย่างบริบูรณ์โดยปราศจากการเติบโตขึ้นในชีวิตอธิษฐาน

  1. เราไม่สามารถสร้างชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณได้ ถ้าเราไม่เข้าสนิทในพระคริสต์ เราจะมีประสบการณ์มากขึ้น เหมือนกับว่าเราไม่สามารถจะกระโดดหนึ่งร้อยฟิต สูงหนึ่งร้อยฟุตได้ เราไม่สามารถสร้างชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราได้ ถ้าเรามีชีวิตโดยไม่พึ่งพิงพระวิญญาณ

เราไม่สามารที่จะสร้างชีวิตฝ่ายวิญญาณ นั่นหมายความว่า เราไม่สามารถที่จะดลใจผู้อื่นหรือดลใจหัวใจของเราด้วยกำลังของเราเองได้ ถ้าปราศจากซึ่งฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราจะไม่สามารถมีความเข้าใจฝ่ายวิญญาณ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ถึงแม้เราจะมีความเข้าใจต่างๆจากการศึกษา แต่ว่าถ้าปราศจากการสถิตอยู่ด้วยของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในการเคลื่อนของหัวใจของเราเองและเคลื่อนหัวใจของคนอื่น สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย

หรือว่าคุณจะเป็นนักกีฬาที่อุทิศทุ่มเทฝึกกระโดดอยู่บ่อยๆ คุณก็กระโดดสูงขึ้นๆ เพราะคุณฝึกกระโดดทุกวันแต่คุณยังไม่สามารถกระโดดได้หนึ่งร้องฟิต ไม่ว่าคุณจะฝึกหนักแค่ไหน เพราะว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับว่าฝึกมากแค่ไหน มันเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะกระโดดได้ร้อยฟิต มันจึงไม่สามารถเกิดขึ้น อย่างเดียวกันนั้นเอง     มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะผลิตการดลใจฝ่ายวิญญาณด้วยความสามารถของเราเองจากการศึกษาหรือของประทานของเรา เราทำไม่ได้ถ้าหากว่าเราไม่เชื่อมต่อกับองค์พระเยซูคริสต์ เข้าสนิทอยู่ในพระองค์ เราไม่สามารถผลิตสิ่งนั้น เราไม่สามารถจะทำเกินกำลังของเราได้ ผมเริ่มที่จะเอา        พระคัมภีร์และก็อ่านตามตัวอักษรอย่างตั้งใจ ผมเริ่มศึกษาพระคัมภีร์เป็นเดือน เป็นปี ผมเริ่มพัฒนาชีวิตที่จะคุยกับพระเจ้า พัฒนาการสื่อสารสองทางที่เรียกว่า “abiding in Christ” คือ การติดสนิทกับพระองค์ การสื่อสารกับองค์พระผู้เป็นเจ้าเรียกว่า “อธิษฐาน” ผมอยากจะให้การดลใจของพระเจ้านั้นแตะต้องชีวิตของผม และหลั่งไหลออกไปสู่ผู้คน

 

  1. พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเคลื่อนไหวในมิติใหม่และเต็มไปด้วยฤทธิ์อำนาจในชีวิตของคุณ เมื่อคุณใช้เวลาที่จะเติบโตในการอธิษฐาน การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนแต่ว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน วินัยในการอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอจะกลายเป็นการอธิษฐานที่เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี ความแห้งแล้งในการอธิษฐานจะค่อยๆถูกแทนที่ด้วยการสื่อสารที่สดใหม่ สดใสกับพระเจ้าและจะเปลี่ยนแปลงชีวิต และสร้างผลกระทบกับผู้คนมากมายที่คุณได้อธิษฐานเผื่อ

พระวิญญาณบริสุทธิ์จะแตะต้องคุณ พระองค์จะแตะต้องคุณแน่ ในวันเวลาผ่านไป สัปดาห์ผ่านไป เดือนผ่านไป ปีผ่านไป สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วข้ามคืน บางครั้งอาจจะเกิดขึ้นเมื่อท่านได้พบกับพระเจ้า เผชิญหน้ากับพระองค์ตรงโน่นบ้างตรงนี้บ้าง เกิดขึ้นครั้งหนึ่งหรือสองครั้ง แต่ว่าประมาณ 99% ของชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณนั้นอยู่ที่ small moments ช่วงเวลาเล็กๆที่หัวใจเรานั้นได้รับการดลใจเล็กๆที่โน่น น้อยๆที่นี้สะสมกัน

วินัยของการอธิษฐานนั้นจะทำให้เกิดการอธิษฐานที่ชื่นชมยินดี ความแห้งแล้งในชีวิตอธิษฐานจะค่อยๆถูกแทนที่ด้วยการสื่อสารที่สดใหม่มากขึ้น ผมเองมีช่วงเวลาที่แห้งและมีช่วงเวลาที่เฉยๆบางครั้งผมก็มีช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสดชื่น เต็มไปด้วยการสถิตอยู่ด้วยของพระองค์ บางครั้งก็เริ่มเฉยๆอีก แล้วผมก็กลัว แต่ที่แน่ๆคือผมยังอธิษฐานอยู่ แล้วผมก็รู้สึกสัมผัสได้ถึงการเชื่อมต่อในการอธิษฐาน บางครั้งผมก็สูญเสียความรู้สึกนั้นไปในช่วงเวลา 40 ปีที่ผ่านมา ผมอยากจะบอกกับพี่น้องว่าให้ Stay with it. ให้อยู่อธิษฐานต่อไปไม่ว่าช่วงนั้นจะแห้ง ช่วงนั้นจะชุ่มฉ่ำหรือช่วงนั้นคุณจะรู้สึกยังไง ความรู้สึกและประสบการณ์กับการทรงสถิตหัวใจของคุณจะได้รับการปลุกเร้าด้วยพระคำจะค่อยๆกลับมา มันจะวนเวียนอย่างนี้มันจะค่อยๆกลับมาเรื่อยๆ ดีขึ้นๆ

เมื่อผมอายุ 20 ปี ผมไม่เคยมีประสบการณ์นี้เลย ถ้าคุณบอกผม ผมคิดว่าการอธิษฐานน่าเบื่อมาก พระคัมภีร์ก็สับสน ผมชอบไปประชุมฟื้นฟู ผมชอบไปฟังเพลงนมัสการ ผมชอบนั่งฟังคำสอนมากกว่า ผมชอบเดินทางไปพันธกิจ บางครั้งในห้องประชุมอธิษฐานก็มีคนอยู่เพียง 2-3 คน ผมก็รู้สึกแย่ บางครั้งผมต้องอธิษฐานคุยกับพระเจ้า บอกพระเจ้าว่านี้พระองค์บริหารอาณาจักรของพระองค์ แผ่นดินของพระองค์แปลกมาก ผมไม่เข้าใจเลย ทำไมพระองค์ทำให้ผมอธิษฐาน เพราะผมสามารถทำอะไรได้มากมายกว่านี้ถ้าผมไม่ต้องเสียเวลาในการอธิษฐานมากนัก นี้เป็นคำอธิษฐานที่โง่ๆที่ผมคุยกับพระเจ้า แล้วผมถามพระเจ้าทำไมผมต้องใช้เวลามากมายขนาดนี้ ผมมองไม่เห็นพระองค์ แล้วบางทีพระองค์ก็ตอบคำอธิษฐานช้าด้วย ทำไมพระองค์ไม่ตอบคำอธิษฐานให้ดังๆ ขอพระองค์ปล่อยผมไป ผมอยากไปรับใช้มากๆ ทำไมผมต้องใช้เวลาเชื่อมต่อกับพระเจ้ามากมายขนาดนี้ นี้เป็นประสบการณ์ของผมเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

 

  1. อย่ารอคอยที่จะมีประสบการณ์ฝ่ายวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ เพื่อที่จะเริ่มเติบโตในการอธิษฐาน เราเติบโตในการอธิษฐานด้วยการอธิษฐาน การเริ่มต้นในการอธิษฐานทำให้เราอธิษฐานมากขึ้น

พี่น้องที่รักอย่ารอคอยความอัศจรรย์ ความตื่นเต้น ประสบการณ์ที่หรูหราในชีวิตคริสเตียนแล้วค่อยเติบโต เพราะว่าคุณเติบโตขึ้นในการอธิษฐานด้วยการอธิษฐานเท่านั้น นี้คือวิธีของการเติบโต เหมือนกับการที่คุณจะเล่นเปียโนได้เก่ง คุณจะต้องเล่นเปียโนบ่อยๆ การที่ศึกษาเรื่องอธิษฐานไม่ได้ทำให้คุณเติบโตเรื่องอธิษฐานเพิ่มขึ้น คุณเริ่มต้นอธิษฐานเลย ไม่ใช่แค่นั่งในห้องอธิษฐาน ฟังเพลงเพราะๆ เช็คอีเมล์แล้วจะทำให้คุณเติบโตได้ในการอธิษฐาน แท้จริงแล้วผมอยากจะย้ำว่าคุณเติบโตขึ้นในการอธิษฐานด้วยการปฏิบัติ คือ อธิษฐาน

คุณไม่ต้องอธิษฐานเสียงดัง คุณอาจจะกระซิบ คุณอาจจะไม่ได้อธิษฐานยาว ผมหนุนใจให้พี่น้องอยู่ในห้องอธิษฐานร่วมกับพี่น้องอื่นๆ ขณะที่บางคนนำอธิษฐานอยู่คุณก็พยายามที่จะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับเขา เห็นพ้องต้องกันกับเขา ให้เราพูดเหมือนคุยกับพระเจ้า สะท้อนคำอธิษฐานนั้นไปกับ  พระเจ้าจากหัวใจของเรา เมื่อเขานมัสการกัน เราก็สามารถจะบอก พระเจ้าครับ ข้าพระองค์รักพระองค์ พระองค์ดี ขอพระเจ้าส่งการฟื้นฟูมา ขอพระเจ้าแตะต้องเรา เป็นคำอธิษฐานสั้นๆง่ายๆที่เราจะพูดตามขณะที่มีผู้นำอยู่

บทที่ 2

 

 

 

 

แปลจากเอกสารประกอบการสอนของ  Mike Bicklewww.mikebickle.org   โดp วรรณา ไพบูลย์เกษมสุทธิ

Powered by www.477internet.com