Daily Devotional 3

Daily Devotion by RJ

Day 2–The Plan     แผนใหญ่ของพระเจ้า                            โดย Rick Joyners

แผ่นดินไม่มีรูปร่างและว่างเปล่า และ ความมืดปกคลุมอยู่เหนือน้ำที่ลึก ( ปฐก 1:2)

คำฮีบรูที่แปลว่า “ไร้รูปร่างนั้น” คือ tohuw (to-‘hoo) หมายถึง ทะเลทรายที่เปล่าเปลี่ยว    ในฉบับคิงเจมส์ใช้คำว่า สับสน ว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย  ประเด็นก็คือว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์สามารถสร้างสิ่งทรงสร้างต่างๆที่เต็มไปด้วยสง่าราศี จากที่ที่เปล่าเปลี่ยวไม่มีอะไรเลย    พระองค์ทรงสามารถสร้างสิ่งใหม่ที่งดงามจากที่ที่เปล่าเปลี่ยว  สับสน จากชีวิตว่างเปล่าได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเดินทางคือก้าวแรก   ถ้าเราจะไปให้ถึงที่ที่เราต้องการไปแล้วละก็เราต้องรู้จักที่ที่เราอยู่ก่อน   ในปฐมการน้นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงยินดี

เมื่อสิ่งต่างยังคงไร้รูปร่างและว่างเปล่า  หรือเราอาจกล่าวได้ว่า พระองค์ปรารถนาเริ่มต้นด้วยผ้าไบที่สะอาด    ความจริงที่วิเศษในชีวิตคริสเตียนคือเมื่อเรามาหาพระองค์เราก็บังเกิดใหม่และทุกสิ่งก็กลายเป็นสิ่งใหม่   ส่วนหนึ่งของข่าวประเสริฐคือในพระคริสต์เราสามารถเริ่มต้นใหม่   เราไม่ใช่แค่เริ่มบางสิ่งบางอย่างใหม่เท่านั้น แต่เริ่มทุกสิ่งใหม่     เมื่อฤทธิ์อำนาจแห่งไม้กางเขนเริ่มทำงานในชีวิตของเรา เราได้รับการไถ่   และฤทธิอำนาจของการไถ่หลั่งไหลผ่านเรา ไถ่ทุกสิ่งในชีวิตของเรา

มีการแปลบางฉบับ เรียกสิ่งที่ “ ไร้รูปร่าง และ ว่างเปล่า “ นี้ว่า ความสับสนวุ่นวาย  คำนี้ก็มีความหมายต่อเราด้วย    พระวิญญาณได้ทำให้แผ่นที่ที่สับสนวุ่นวายลายเป็นแผ่นดินที่งดงามและสมมาตรได้  พระองค์สามารถทำอย่างเดียวกันกับชีวิตใดๆก็ได้ที่มอบให้กับพระองค์   ไม่ว่าชีวิตเราจะสับสนมากเพียงใกก็ตาม  พระองค์ไม่เพียงจัดการทุกสิ่งให้เรียบร้อยเท่านั้นพระองค์จะทำให้เต็มไปด้วยสง่าราศีด้วย

ด้วยการเฝ้ามองดูพระวิญญาณบริสุทธิ์จัดระเบียบและให้การเริ่มต้นใหม่แก่ชีวิต เราจะสามารถเรียนรู้จักพระเจ้าและมรรคาของพระองค์   ถึงมาว่าเราจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ก็อย่าให้เราคิดผิดๆอีกว่าเรามีสติปัญญาและความรู้ที่จะทำให้ถูกต้องได้เอง    เมื่อเราบังเกิดใหม่ เราเรียนรู้ที่จะพึ่งพิงพระเจ้าพระผู้สร้างเราอย่างสิ้นเชิง    สิ่งนี้เองจะทำให้เราหลีกเลี่ยงกับดักที่อยู่ข้างหน้าเพื่อเราจะได้ไม่พลาดพลั้งกับความผิดพลาดเดิมๆอีก   อัครทูตเปลาโลได้กล่าวไว้ว่า

เพราะ​เหตุ​ความ​ทุกข์​ยาก​ที่​ใกล้​จะมา​ถึง ข้าพ​เจ้า​คิด​ว่า​เป็น​เรื่อง​ดี​ที่​ทุก​คน​จะ​อยู่​อย่าง​ที่​เขา​เป็น​อยู่  ท่าน​ผูก​พัน​กับ​ภรร​ยา​แล้ว​ใช่ไหม? อย่า​หา​ทาง​ทิ้ง​ภรรยา​เลย ท่าน​ยัง​ไม่​มี​ภรรยา​ใช่​ไหม? อย่า​หา​ภรรยา​เลย  ถ้า​ท่าน​จะ​แต่ง​งาน​ก็​ไม่​ได้​ทำ​ผิด และ​ถ้า​หญิง​พรหม​จารี​จะ​แต่ง​งาน​ก็​ไม่​ได้​ทำ​ผิด แต่​คน​เหล่า​นี้​จะ​มี​ความยาก​ลำ​บาก​ใน​ชีวิต และ​ข้าพ​เจ้า​อยาก​จะ​กัน​พวก​ท่าน​ไว้​จาก​ความ​ยาก​ลำ​บาก​นั้น   พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ข้าพ​เจ้า​หมาย​ความ​ว่า​เวลา​กำ​หนด​ก็​สั้น​มาก​แล้ว ตั้ง​แต่​นี้​ไป​ให้​พวก​ที่​มี​ภรร​ยา​ดำ​เนิน​ชีวิต​เหมือน​กับ​ไม่​มี​ภรร​ยา

( 1 คธ  1:26-29)

การเคลื่อนไหวที่สดใหม่ของพระเจ้าแต่ละครั้งในประวัติศาสตร์คริสตจักร   มักเริ่มต้นกับกลุ่มคนที่มักจะไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรและกำลังจะไปทางไหน    เหมือนที่อับราฮัมที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนที่เป็นรูปเป็นร่างโดยออกไปแสวงหาพระเจ้าในสถานที่ที่ไม่เป็นรูปร่าง ยังไม่มีคำจำกัดความ    เหมือเปาโลที่ล้มลงตาบอดเพื่อเจาจะมองเห็นในมิติฝ่ายวิญญาณ  เราเองก็ต้องกลายเป็นคนที่ไม่มีนิมิตว่างเปล่าก่อนที่เราจะถูกนำพาไปหาพระองค์   อย่างไรก็ตามองค์พระผู้เป็นเจ้ามิได้ทรงทอดทิ้งให้เราอยู่ในภาวะเช่นนี้   แต่เริ่มที่จะสำแดงกับเราว่าพระองค์กำลังจะสร้างอะไร    แล้วพระองค์จะมอบแปลนสำหรับตึกกับเรา  เพื่อเราจะเพิ่มตึกนั้นเข้าไปในเมืองที่เต็มไปด้วยส่ง่าราศรีของพระองค์   เมืองที่พระองค์กำลังสร้าง

 

จุดเริ่มต้นของการเดินทางของเรา  เราต้องเข้าใจว่าเราจะไม่เดินซุ่มสี่ซุ่มห้า แต่เส้นทางนี้เป็นส่วนของแผนงานของพระองค์สำหรับเรา    ดูเหมือนว่า อะไรๆดูจะไร้รูปร่าง ในตอนต้นๆ แต่เมื่อเราคอยตามการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์  เราจะเห็น การทรงสร้างที่งดงาม  ชีวิตใหม่ในพระองค์ เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่าง     ที่จริงแล้วแผนงานของพระเจ้าสำหรับเรานั้นช่างเต็มไปด้วยความเข้าใจว่าพระองค์ทรงรู้จักก่อนวางรากสร้างโลก  การทรงเรียกของเราถูกกำหนดตั้งแต่เวลานั้นแล้ว     เป้าประสงค์ขั้นพื้นฐานของเราคือเพื่อเราจะเป็นเหมือนพระบุตรของพระเจ้า  คือพระเยซูคริสต์  เราจะเป็นเหมือนกับพระองค์และทำงานที่พระองค์ทรงกระทำ    การทรงเรียกนี้สำหรับผู้เชื่อทุกคน พระองค์ทรงให้บทบาทที่เฉพาะที่เราจะทำงานในแผนแม่บทของพระองค์   เราต้องตั้งใจที่จะแสวงหาส่วนของเราในแผนของพระองค์

อับราฮัมอาจจะไม่รู้ว่าเขาไปทางไหน  แต่เขารู้ว่าเขาควรจะมองหาอะไร  เขาได้สละทุกสิ่งเพื่อเขาจะมีส่วนในเมืองที่พระเจ้าจะสร้าง   นี่ควรจะเป็นสิ่งที่ใจเราร้องเรียกหาคือเป็นส่วนหนึ่งของงานใหญ่ที่พระเจ้ากำลังทำ

 DAY 3 : Daily Devotions – The Spirit Moves  พระวิญญาณเคลื่อนไหว

“และพระวิญญาณของพระเจ้าทรงเคลื่อนไหวเหนือผิวน้ำ (ปฐก.1:2)

นี่เป็นการกล่าวถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นครั้งแรกในพระคริสตธรรมคัมภีร์ พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นตัวแทน (agent) ของพระเจ้าในการทำงาน พระองค์ทรงเคลื่อนไหว ทำงาน และทำให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จ ดังนั้น การที่ คริสเตียนทุกคนจะทำตาม รู้จักพระวิญญาณบริสุทธิ์ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก อีกทั้งเรียนรู้ที่จะต้องตามพระองค์ในทุกๆ ด้านของชีวิต เราจะนำสิ่งเหล่านี้ได้ โดยการรักษาการเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่อง ธรรมชาติของชีวิตคริสเตียน คือเคลื่อนไหว และเคลื่อนที่ไปที่ไหนสักแห่งอยู่เสมอ

ชีวิตคริสเตียนไม่เคยหยุดอยู่กับที่ แต่ไหลไปดุจสายน้ำ เรามีจุดหมายปลายทางและทำงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์โดยร่วมมือกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในปฐมกาลนั้น “พระวิญญาณของพระเจ้าทรงเคลื่อนไหว” และพระวิญญาณ  และพระวิญญาณก็เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง   นี่เองเป็นเหตุผลว่าทำไม แม่น้ำแห่งชีวิตเป็นสายน้ำไหล ไม่ใช่สระน้ำหรือทะเลสาบที่หยุดนิ่ง แม่น้ำมักจะไหลไปที่ไหนสักแห่ง

แม่น้ำก่อตัว เริ่มต้นมาจากหยดน้ำหยดเดียว และกลายเป็นสายน้ำเล็กๆ และสายน้ำหลายๆ สายมารวมกันจากที่ต่างๆ ใหญ่มากขึ้น มากขึ้น จนไหลสู่เป้าหมาย องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตั้งพระทัยให้เป็นเช่นนี้ในทุกๆ ชีวิต เราอยู่ในการเดินทางที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในมิติของชีวิตและฤทธิ์อำนาจ     ถ้าเรายังคงดำเนินอยู่ในเส้นทางนี้ สุภาษิต 4:18 จะเป็นความจริงในเรา “เส้นทางของคนชอบธรรมเหมือนแสงอรุณ จะสว่างสุกใสขึ้นเรื่อยๆ”

เรามักเริ่มต้นเหมือนหยดน้ำหยดเดียว เหมือนวิญญาณองค์เดียว ท่ามกลางกลุ่มชนเป็นล้านๆ บนแผ่นดินโลก และเมื่อเราเดินในความสว่างเหมือนพระองค์ทรงอยู่ในความสว่าง เราก็มีสามัคคีธรรมกันและกัน (1 ยอห์น.1:9) เราไม่ได้เดินทางในเส้นทางนี้อย่างลำพัง     กลุ่มสามัคคีธรรมต่างๆ ที่พบในคริสตจักรของพระเยซูก็เป็นเช่นนี้ด้วย เราได้รับการทรงเรียกให้เดินร่วมกับผู้อื่น    ให้เราเดินต่อไป จะทำให้เรารวบรวมผู้คนที่จะเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกัน สายน้ำเล็กๆ ของเราจะเติบโตไปเรื่อยๆ จนเป็นแม่น้ำที่ทรงพลัง       คริสตจักรเป็นของขวัญที่เติมไปด้วยสง่าราศรี การค้นพบวิญญาณแต่ละดวงช่างเป็นสิ่งอัศจรรย์ เมื่อพระวิญญาณทรงเคลื่อนไหว จะเกิดชีวิตขึ้น        พื้นที่ว่างเปล่าที่ไร้รูปร่างกลับกลายเป็นความกลมกลืนที่ผสมผสานความงดงามนิรันดร์      จะทำให้เราประหลาดใจถึงมหัศจรรย์ของวิถีของพระองค์ พระวิญญาณบริสุทธิ์รักที่จะเอาสิ่งที่เปล่าเปลี่ยว แตกสลาย มาเปลี่ยนให้เป็นชีวิตที่สมบูรณ์อีกครั้ง        อย่างไรก็ตาม การทรงสร้างของพระองค์นั้นถาวร        พระเจ้าของเราทรงวางแผนตั้งแต่นิรันดร์กาล เหมือนอย่างที่กษัตริย์ซาโลมอนกล่าวใน    ปัญญาจารย์ 3:14 ว่า “เพื่อจะให้แผนงานของพระเจ้าประสานกลมกลืน เราจะทำสิ่งที่จะคงอยู่เป็นนิรันดร์ นี่เองที่เราเรียกว่าเกิดผลที่คงอยู่ตลอดไป”        คริสตจักรเป็นการทรงสร้างใหม่ของพระเจ้า เมื่อพิจารณาจุดเริ่มต้นของคริสตจักร เราพิจารณาดูผลพวงที่ตามมานั้น     ไม่ได้ด้อยกว่าเมื่อเริ่มต้น      และคริสตจักรก็เกิดขึ้นเมื่อภาวะทางจิตวิญญาณของโลกมาจากการเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพราะว่าทุกชีวิตเกิดมาจากพระวิญญาณของพระเจ้า     ดังนั้น เราต้องเรียนรู้ที่จะขับเคลื่อนไปกับพระองค์ เมื่อเราจดจ่อพิจารณาที่งานของพระองค์ เราจะเรียนรู้ที่จะไม่ท้อใจ เพราะสถานการณ์ปัจจุบันที่แตกสลาย เพราะจะทำให้สง่าราศรีของพระเจ้ายิ่งปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น

ถ้าชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของเราไม่ดีขึ้นในทุกๆ วัน ไม่เพิ่มพูน มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยฤทธิ์อำนาจ เราคงต้องกลับใจใหม่      ราวกับว่าเราได้พลาดที่จะเลี้ยวกลับที่ตรงไหนสักแห่งแล้ว   ถ้าในชีวิตของท่านไม่ได้ก้าวหน้า  ก็ให้เรากลับไปที่ความรักดั้งเดิม    กลับไปที่ความสัมพันธ์ของเรากับพระเยซูคริสต์ ณ ที่นั่นคุณจะพบกับแม่น้ำแห่งชีวิตที่สามารถจะทำให้จิตวิญญาณของคุณพบกับความพึงพอใจที่แท้จริงและสามารถพาคุณไปให้ถึงลิขิตชีวิตของคุณได้     อย่าปล่อยให้ความคิดเห็นเล็กๆ น้อยๆ ของคนอื่น ทำให้คุณแยกออกจากผู้คนที่ร่วมเดินทางบนเส้นทางเดียวกัน ให้เราคงเดินต่อไปบนเส้นทางแห่งสายน้ำนี้

ชีวิตคริสเตียนคือ การเคลื่อนไหวหนึ่งเดียว       ไม่ใช่การเคลื่อนไหวอย่างไม่มีเอกภาพ    แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่มีเป้าหมาย ทำให้สิ่งที่ไร้รูปร่างและว่างเปล่ากลายเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่ที่เต็มไปด้วยสง่าราศรี              ถ้าเราจะปล่อยให้พระวิญญาณทรงเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอที่จะเสาะหาผู้ที่ไร้รูปแบบและว่างเปล่า           เราก็จะทำหน้าที่ดุจสะพานเชื่อมสำหรับวัตถุประสงค์ที่เต็มไปด้วยการสร้างสรรเพื่อพระเจ้า          เมื่อเราเริ่มที่จะมองเห็นด้วยสายตาของพระเจ้า เราก็จะไม่มองคน หรือสถานการณ์  หรือความว่างเปล่าหรือประโยชน์ที่เห็นอยู่ขณะนั้น

เมื่อเราเริ่มที่จะมองทุกสิ่งด้วยสายตาของพระเจ้า         เราจะเริ่มมองเห็นศักยภาพในผู้คน และสถานการณ์ก่อนความสิ้นหวัง             พระองค์ตรัสในเยเรมีย์ 15:19 “เพราะฉะนั้น  พระเจ้าจึงตรัสว่า  ‘ถ้าเจ้ากลับมา   เราจะให้เจ้ากลับสู่
สภาพดี   และเจ้าจะยืนอยู่ต่อหน้าเรา   ถ้าเจ้าออกปากพูดแต่สิ่งประเสริฐและไม่พูดสิ่งเลวทราม  เจ้าจะเป็นเหมือนปากของเรา   เขาทั้งหลายจะหันกลับมาหาเจ้า แต่เจ้าอย่าหันไปหาเขา ”

โดย ริค จอย์เนอร์

แปลโดย วรรณา ไพบูลย์เกษมสุทธิฤย

 

 

Powered by www.477internet.com