ใกล้ชิดสนิมสนมกับพระเจ้า ตอนที 1

พระเจ้ากำลังรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่มนุษย์มีกับพระเจ้าเมื่อแรกเริ่ม  มนุษย์สื่อสารกับพระเจ้าสนิทสนมได้   เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ได้  งานไถ่ของพระเยซูไม่ใช่แค่ยกโทษบาปช่วยให้เราไปสวรรค์เท่านนั้น แต่ ยังรื้อฟื้นสภาพของความสนิทสนมผูกพันกลับมา  รื้อฟื้นสิทธิอำนาจที่พระเจ้าตั้งใจให้มนุษย์กลับมา   พระวิญญาณบริสุทธ์กำลังรื้อฟื้นคริสตจักรของพระองค์   งานของพระวิญญาณทำให้เกิดการรื้อฟื้นทั่วโลก  เกิดสายน้ำแห่งการฟื้นฟูที่ให้ความสดชื่นแก่คริสตจักร  เตรียมเจ้าสาวหรือ คริสตจักรของพระองค์ให้คู่ควรแก่พระองค์ผู้ที่กำลังจะเสด็จมา ผู้รับใช้พระเจ้าผู้ที่เดินในสายน้ำของการฟื้นฟู  ผู้เคลื่อนในพันธกรทั้งห้า เช่น บิล จอนห์สัน ผู้บุกเบิก โรงเรียนมหัศจรรย์/ Supernatural School    ริค จอยเนอร์ ผู้เผยพระวจนะ อัครทูต  นักเขียน ( The Call , สู่สงครามสุดท้าย  คบเพลงและคมดาบ  เป็นต้น)  แห่ง มอร์นิ่งสตาร์ ( Morning Star Ministries)   ไมค์ บิคเคิ้ล จาก นิเวศอธิษฐานนานาชาติ (IHOP-International House of Prayer )  ศบ.อาวุโส  เชอาน จาก ฮาร์เวสร็ค     ไฮดี้ เบอร์เกอร์ จาก ไอริสมินนิสตรี้  ต่างเน้นพื้นฐานของความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเจ้าเป็นรากฐาน เป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดในการเดินกับพระเจ้าในโลกนี้   คนเหล่านี้เชื่อว่าทุกคนสามารถได้ยินเสียงของพระเจ้าได้เพียงมีความสัมพันธ์สนิทกับพระองค์   บิล จอนห์สันกล่าวว่าเขาสามารถสอนให้คนอธิษฐานวางมือรักษาโรคได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่คุณลักษณะชีวิตเหมือนพระคริสต์นั้นต้องใช้การเดินกับพระเจ้าที่ยาวนานและไม่สามารถถ่ายทอดได้ด้วยการวางมือ ต้องสร้างวินัยสร้างสัมพันธภาพที่ใกล้ชิดสนิมสนมกับพระเจ้า  ซึ่งสัมพันธภาพที่ดีไม่สามารถได้มาชั่วข้ามคืน หรือ วางมือส่งต่อได้   การวางมิอสามารถให้เราได้ลิ้มรสหวานแห่งความรักของพระเจ้าได้หน่อยหนึ่งพอที่เราจะเริ่มขยับเข้าหาพระเจ้าได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

ของประทานพระวิญญาณบริสุทธ์ที่พระเจ้าให้กับผู้เชื่อ  การทรงเรียกส่วนตัว นั้นพระเจ้าทรงให้แล้วไม่รับคืน  เรียกได้ว่าให้แล้วให้เลย  การเจิมที่มากับชีวิตและงานรับใช้ที่ได้รับมอบหมายจากพระเจ้านั้นจะมีขึ้นมีลงขึ้นกับความใกล้ชิดสนิทสนมกับพระเจ้า   บางคนการเจิมหายไปเลยเพราะนอกจากไม่ใกล้ชิดพระเจ้าแล้วยังสะสมความบาปที่ไม่ยอมกลับใจไว้อีก   เราอยากรักษาการเจิมของพระวิญญาณบริสุทธ์ไว้และเพิ่มพูนขึ้น  นอกจากเราจะต้องปฎิบัติตัวเป็นผู้อารักขาที่สัตย์ชื่อในการใช้ของประทานแล้วก็ต้องรักษาชีวิตในความสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้าด้วย   เพราะชีวิตเริ่มต้นจากข้างใน
ข้าพเจ้าอยากเห็นการฟื้นฟูในประเทศไทย  เดินในสายน้ำแห่งการฟื้นฟูมากว่าสิบหกปี  เห็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้เราสะดุดหยุดชงักงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ คือ คุณภาพชีวิตที่ไม่อยู่บนรากฐานของความสนิทสนมกับพระเจ้า  ของประทานและผลของพระวิญญาณควรผสานและเติบใหญ่ไปด้วยกัน การเจิมของการรับใช้และคุณลักษณชีวิตของพระคริสต์ของผู้รับใช้ต้องไปด้วยกัน  การเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อแผ่นดินของพระเจ้าจึงไม่หยุดแต่จะเติบใหญ่จนถึงขนาดความบริบูรณ์
ความสนิทสนมกับพระเจ้าไม่สามารถสร้างได้จากการไปสัมมนาหรือการวางมือ  ไม่มีทางลัด ทำแต่ภายนอกเป็นการสร้างภาพก็ไม่ได้  เราแต่ละคนต้องพบพระเจ้าเป็นการส่วนตัวทุกวันๆ เหมือนการฝากธนาคารแบบสะสมทรัพย์   ต้องทำเอง พระวิญญาณบริสุทธิ์จะช่วยเราให้เข้าหาพระองค์ รู้จักพระองค์มากขึ้น  เข้าสนิทกับพระองค์มากขึ้น  เพราะความสัมพันธ์ต้องใช้เวลาเสมอ เราไม่สามารสนิทกับคนที่เราใช้เวลาอย่างฉาบฉวยผิวเผิน หรือแค่ไปทำธุระด้วยกัน ที่สมัยนี้เรียกว่า คบไว้ใช้งาน
เส้นทางแห่งความใกล้ชิดสนิทสนม  ที่พระเจ้าทรงแบ่งปันความคิดความรู้สึกกับเรา    เราแบ่งปันความคิด  ความฝันของเรากับพระเจ้า ทำให้เรารู้จักพระเจ้า   ไว้วางใจการนำของพระองค์  เพิ่มคุณภาพชีวิตภายใน  มีชีวิตที่มีชัยชนะ และ สิทธิอำนาจฝ่ายวิญญาณ

 คำว่า   “intimacy” ที่หมายถึงความคุ้นเคย  ความสนิทสนม เป็นคำที่มีนัยของความสัมพันธ์กับใครบางคนที่คุณรักและไว้วางใจ   การที่จะมีความสนิมสนมกับพระเจ้านั้นหมายความว่าส่วนลึกที่สุดของคุณมีความสัมพันธ์กับส่วนลึกที่สุดของพระเจ้า  แน่นอนที่สุดมนุษย์เราไม่มีความสามารถส่วนตัวที่จะทำเช่นนั้นได้  เราต้องการความช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์   เพราะสติปัญญาของมนุษย์ไม่สามารถทำให้เรารู้จักพระเจ้า
ข้าพเจ้าเคยเดินทางไปหลายประเทศ หลายแห่ง ที่มีไฟของการฟื้นฟู เพื่อรับไฟของพระเจ้า ในที่สุดข้าพเจ้าก็มาหยุดที่ นิเวศอธิษฐานที่เต็มไปด้วยการทรงสถิตย์ของพระเจ้า   ข้าพเจ้ามีประสบการณ์จากการไปงานฟื้นฟู  รับการวางมือ  มากมาย   ความรู้สึกที่ท่วมท้นกับการเยี่ยมเยียนของพระเจ้า  ทำให้ข้าพเจ้าแสวงหาประสบการณ์ที่มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเวลา 2-3 ปี ที่รู้สึกว่าคงไม่มีที่ไหนที่มีการทรงสถิตของพระเจ้าเท่ากับเวลาที่มีนักเทศน์ที่มีการเจิมมาอีกแล้ว     แต่ความคิดก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อ   เดือน กุมภาพันธ์ 2003 พระเยซูคริสต์ได้มาเยี่ยมเยียนข้าพเจ้าในความฝัน ในมือของพระองค์ถือ น้ำมันหอมขวดใหญ่ขวดหนึ่งมาพบข้าพเจ้า  เมื่อข้าพเจ้าตื่นขึ้น ลืมตาบนเตียงที่เต็มไปด้วยการทรงสถืตย์  ข้าพเจ้ารู้สึกถึงความหอมหวานของการเยี่ยมเยียน นอนอยู่บนเตียง ไม่อยากลุกขึ้น  ความรักของพระองค์นั้นจับต้องได้ อยู่ล้อมรอบตัว  แม้วันรุ่งขึ้นการทรงสถิตยังคงอยู่ที่เตียงนั้น  ประสบการณ์ตรงนี้เองทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่า เป็นไปได้ที่จะพบกับพระเจ้าด้วยตัวเอง  ไม่มีอาจารย์  นักเทศน์ชื่อดังมาวางมือ  จากนั้นก็เริ่มมีประสบการณ์พบกับพระเจ้าส่วนตัวมากขึ้นๆ  ทำให้เริ่มการทรงสถิตย์ของพระเจ้าที่เทความรัก  ความยินดีลงมา    ต่อมาข้าพเจ้าได้เรียนเรื่องเจ้าสาวของพระคริสต์จาก อาจารย์ แคธี มาเรสโก มิชชั่นนารี จาก IHOP  เข้าใจมิติจากความฝันนั้น ซึ่งความเข้าใจนี้ส่งผลโดยตรงต่อความสนิทสนมกับพระเยซูคริสต์ในฐานะองค์เจ้าบ่าว  พระเจ้าที่ทรงรักเราแม้เราจะไม่ดี  รักเราอย่างไม่มีเงื่อนไข รักเราทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรดีให้พระองค์   จากนั้นสัมพันธภาพกับพระองค์ผู้เป็นที่รักก็ได้พัฒนาขึ้น  ผ่านวันเวลา  ผ่านการฟูมฟักความสัมพันธ์  ข้าพเจ้าพบความจริงว่า ชีวิตส่วนตัวและการรับใช้ได้เปลี่ยนไป  ข้าพเจ้าพบการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างไม่เคยมีมาก่อน   การเจิมของพระวิญญาณก็เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องไปรับอธิษฐานหรือไปงานฟื้นฟูจากนักเทศน์ที่มีการเจิม  เพราะเมื่อเราใกล้ชิดพระองค์ พระองค์ทรงเทการเจิมลงมาแน่นอน เราเดินในความใกล้ชิดสนิมสนม ชีวิตการเจิมก็พัฒนาขึ้นด้วย
สิทธิอำนาจที่มาจากชีวิตที่ใกล้ชิดสนิทสนมนั้นเป็นมรดกของผู้เชื่อทุกคน  เป็นความปรารถนาให้เราครอบครองร่วมกับพระองค์  เดินกับพระเจ้าตลอดวันเวลาแห่งชีวิตของเรา
เราเข้าหาพระเจ้า ด้วยใจโมทนาพระคุณ ขอเสนอให้ใคร่ครวญภาวนา  ความจริงของพระเจ้าใน 12 ประเด็น  ขอพระวิญญาณแห่งการสำแดง  เปิดตาใจเรา  ขอพระวิญญาณแห่งปัญญาและความเข้าใจ ให้ความสว่างแก่เรา ( อฟซ 1:17..)
1.    วิถีแห่งปัญญา  เดินในการทรงเรียก  ( 1 คธ 1:9) พระองค์ทรงไถ่เราด้วยชีวิตของพระองค์ ไม่เพียงเพื่อให้เรารอดจากบึงไฟนรก  การยกโทษบาปที่ยิ่งใหญ่  แต่ทรงหยิบยื่นการคืนดี  การกลับมามีความสัมพันธ์ดังที่ได้ตั้งใจไว้แต่แรกกลับมาและดียิ่งกว่าเดิมอีก จากศัตรูมาเป็นลูกที่รัก  มาเป็นคนรัก  เป็นสุดที่รักของพระเจ้า
2.    สร้างมาเพื่อ การสัมพันธภาพที่สนิทสนม  ซึ่งเป็นพระประสงค์นิรันดร์
3.    สร้างมาเป็นเพื่อน create for companionship
4.    สัมพันธภาพที่ทำให้เรารู้จักพระเจ้า  เพื่อเราจะรักพระองค์ด้วยใจสมัตร
5.    สนิทสนมกับพระบิดา  สัมผัสความรักของพระเจ้าพระบิดา
6.    สนิทสนมกับองค์เจ้าบ่าว  สัมผัสความรักของพระเยซูองค์เจ้าบ่าว
7.    สัมพันธ์สนิทที่มาจากการหยั่งรากมั่นคงในความรัก  มีมั่นคงภายใน
8.    สนิทสนมกับพระวิญญาณบริสุทธิ์  ได้ยินเสียงของพระบิดา เติบโตขึ้นในการเผยพระวจนะ  การเปิดเผยสำแดงที่เพิ่มขึ้น
9.    อัตลักษณ์ของเราที่ได้รับมาจากสัมพันธสนิท  รากฐานที่มั่นคง
10. คำอธิษฐานที่หลั่งไหลจากชีวืตที่สนิมสนม  เต็มไปด้วยการทรงสถิตย์และสิทธิอำนาจในการปลดปล่อยน้ำพระทัยพระเจ้า
11. การรับใช้ที่หลั่งไหลจากการใกล้ชิดสนิมสนม สร้างชุมชนแห่งสิทธิอำนาจด้วยคุณภาพชีวิตส่วนบุคคลในพระคริสต์
12. ระดับของสิทธิอำนาจที่หลั่งไหลจากชีวิตที่ใกล้ชิดสนิมสนม
ข้าพเจ้าหวังอย่างยิ่งว่าความจริงของพระเจ้าจะทำลายป้อมปราการทางความคิดที่เป็นอุปสรรคทำให้เราไม่สามารถเข้าใกล้พระเจ้าได้  เพราะถ้าเรารู้ว่าพระเจ้าทรงพอพระทัยชอบเรามากแค่ไหนแล้ว การที่จะเข้าใกล้พระเจ้าก็เป็นเรื่องที่ง่าย  และ การอยู่ในการทรงสถิตในนิเวศน์อธิษฐาน  เป็นตัวช่วยให้เราเริ่มต้นใกล้ชิดพระเจ้าได้ง่ายขึ้น
พระเจ้ากำลังนำเจ้าสาวของพระองค์เข้าสู่ฤดูกาลใหม่            เตรียมเจ้าสาวของพระองค์ให้พร้อม  พระองค์จะนำชีวิตของเราให้ใกล้ชิดสนิทสนมกับพระองค์อย่างไม่เคยมีมาก่อน
ริค จอยเนอร์  ได้กล่าวไว้ (Rick Joyner   word of the week , week 50, year 2010) ในบทความประจำสัปดาห์ที่50 ของท่านว่า  เราได้ยินเสียงของพระเจ้าก็เพราะว่าเราเข้าใกล้พระองค์นั่นเอง  แกะของพระเจ้าก็ได้ยินเสียงของพระเจ้า  เราได้ยินเสียงของพระเจ้าก็เพราะเรามีความสัมพันธ์กับพระองค์   ริคจอยเนอร์ ได้รับคำสัญญาจากพระเจ้า ว่าในปีนี้พระองค์กำลังดึงให้คริสตจักรของพระองค์มาใกล้พระองค์อีกเป็นสองเท่า  บางทีพระเจ้าทรงพาเจ้าสาวของพระองค์เข้าไปในถิ่นทุรกันดารเพียงเพื่อจะนำเธอให้เข้าใกล้พระเจ้าผู้ทรงรักเธออย่างมากมายนั่นเอง
พระเจ้าทรงสร้างเรามาให้เป็นเพื่อนกับพระองค์เคียงข้างกับพระองค์  ทรงสร้างเรามาให้สนิทสนมกับพระองค์   รักพระองค์เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน    อาจารย์เปาโลได้อธิษฐานเพื่อคริสตจักรของพระองค์ได้รับการเปิดเผยสำแดงจากพระวิญญาณบริสุทธิ์มากขึ้น (อฟซ 1: 17-19) แม้ขณะนั้นคริสตจักรเอเฟซัสได้มีอิธิพลในการเปลี่ยนเมืองเอเฟซัส ( กก 19)  อาจารย์เปาโลยังอธิษฐานขอพระเจ้าให้คริสเตียนเอเฟซัสได้มีประสบการณ์ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์มากขึ้น (อฟซ 3)  ยิ่งเราซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์มากเท่าไร เราก็ยิ่งสนิทสนมกับพระองค์มากเท่านั้น   พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่น่ารักมาก ยิ่งเราอยู่ใกล้พระองค์เราจะไม่อยากอยู่ห่างจากพระองค์เลย
ผ้เชื่อมักจะพูดเสมอว่า เรารักพระเจ้า เรารักพระองค์แค่ไหน ตัวชี้วัดความรัก  ของเราที่มีต่อพระเจ้า คือการแสดงออกในสองสิ่งใหญ่  การใช้เวลา และ การใช้เงิน  ทั้งปริมาณและคุณภาพ  เราไม่สามารถมีชีวิตที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้าได้ถ้าเราไม่มีเวลาส่วนตัวกับพระเจ้า  ( อธิษฐานกลับใจใหม่?? ..)  การใช้เวลารับใช้พระเจ้ามากๆไม่สามารถชดเชยกับเวลาที่เราจะใช้ส่วนตัวกับพระองค์ได้เลย
ความสัมพันธ์ส่วนตัว เริ่มต้นขึ้นเมื่อเราพบกับพระองค์   เราต้องพบกับพระเจ้าในชีวิตส่วนตัวของเรา  พบพระเจ้าในที่ประชุมสัมมนาเป็นสิ่งที่ดี แต่ ไม่มีอะไรมาทดทน การพบกับพระเจ้าเป็นการส่วนตัวได้  เราไม่สามารถรู้จักพระเจ้าจากคำบอกเล่าของอาจารย์  หรือจากคำพยานของคนอื่นได้  เราต้องมีเวลา ฟัง พูด คุย  ฟัง  พูด คุย  กับพระองค์  นี่ไม่ใช่เรื่องที่คริสเตียนเรียกว่า เฝ้าเดี่ยว หนึ่ง สอง  สาม สี่  ที่คิดแบบโลกตะวันตก ชีวิตแยกเป็นส่วนๆ  แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์  การใช้ชีวิตกับพระเจ้า ชีวิตเริ่มต้นมาจากใจ มาจากความสัมพันธ์ ที่ต้องการเวลา ส่วนตัว
ล๊อคเวลา จองตัวเองไว้สำหรับที่จะพบพระเจ้า  ในรถส่วนตัว   ในห้องนอน  ในห้องน้ำ  ออกไปในที่เงียบส่วนตัว  ตื่นเช้ากว่าปกติ เป็นต้น
”  จิตใจข้าพเจ้าหิวกระหายหาพระเจ้า เนื้อหนังของข้าพระองค์กระเสือกระสนหาพระองค์ ……….”  (   สดด 63 :1  )  เราหิวพระเจ้าแค่ไหน ?  เราจะได้พระองค์เท่าที่เราต้องการ 
พระองค์ทรงสำแดงวิถีแห่งชีวิตแก่ข้าพระองค์ ต่อพระพักตร์พระองค์มีความชื่นบานอย่างเปี่ยมล้น
ในพระหัตถ์ขวาของพระองค์มีความเพลิดเพลินอยู่เป็นนิตย์  (สดด. 16:11)  
เมื่อเราใกล้ชิดกับพระองค์  พระองค์เติมเต็มชีวิตของเราด้วยความชื่นบานอย่างเปี่ยมล้น 
พร้อม การเปิดเผยสำแดง ด้วย
ถ้าเราปรารถนาที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์                   การสร้างและพัฒนาสัมพันธภาพที่สนิมสนมเป็นวีถีแห่งปัญญา เหมือนการรับประทานอาหารที่ต้องทานทุกวันๆละหน่อย  ค่อยๆเติบโต  จะใช้ยาเร่ง เหมือนต้นไม้ เหมือนเลี้ยงเป็ดไก่ เพื่อการอุตสาหกรรมสาวก ไม่ได้  ไม่มีสูตรสำเร็จ  ไม่มีทางลัด  การสร้างชีวิตภายในใช้เวลา  เริ่มรู้จักกับพระเจ้าทีละน้อย จากการใช้เวลา ใช้ชีวิตที่เชื่อฟัง รับการเปิดเผยสำแดงเพิ่มขึ้นๆ ใกล้ชิดสนิมสนมเป็นสิ่งที่ทำแทนกันไม่ได้   การไปสัมมนาฟื้นฟู  การรับการอธิษฐาน ก็ทดแทน สัมพันธภาพที่ใกล้ชิดกับพระเจ้าไม่ได้   ต้องเริ่มต้นฟูมฟักความสัมพันธ์ใกล้ชิดพระเจ้า  ให้ น้ำมันแห่งความใกล้ชิดสนิมสนมหล่อเลี้ยงชีวิต ให้เติบโตจากภายใน

ระดับของสิทธิอำนาจที่หลั่งไหลจากชีวิตที่ใกล้ชิดสนิมสนม

ข้าพเจ้าหวังอย่างยิ่งว่าความจริงของพระเจ้าจะทำลายป้อมปราการทางความคิดที่เป็นอุปสรรคทำให้เราไม่สามารถเข้าใกล้พระเจ้าได้  เพราะถ้าเรารู้ว่าพระเจ้าทรงพอพระทัยชอบเรามากแค่ไหนแล้ว การที่จะเข้าใกล้พระเจ้าก็เป็นเรื่องที่ง่าย

ความสนิทสนม เกิดจากาการเพาะบ่มสัมพันธภาพ  สร้างความสัมพันธ์ที่สม่ำเสมอ    นำมาซึ่งพัฒนาการแห่งการไว้วางใจ 

เรารู้จักพระเจ้าได้จากการมีสัมพันธภาพกับพระบิดา  เราเป็นลูกของพระองค์ ในพระคัมภีร์บอกว่า “ พ่อซึ่งเป็นคนบาปยังรู้จักให้ของดีแก่ลูกของตน  ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์จะให้ของดีต่อผู้ที่ขอต่อพระองค์ “  ภาพที่ไม่สมบูรณ์แบบของพ่อที่เป็นคนบาปที่ยังรักลูกเป็นภาพที่ให้ความเชื่อมโยงที่เราจะรู้จักความรักของพระเจ้าพระบิดาผู้บริสุทธิ์ที่มีต่อเรามากยิ่งกว่าพ่อที่เป็นคนบาปของเรา   ภาพของพ่อที่ดูแล ปกป้อง เอาใจใส่ เลี้ยงดู นำพา ถนุถนอม อบรม สั่งสอน เตือนสติ ตีสอน ให้อภัย ชี้นำสร้างชีวิตของลูกด้วยความรักและผูกพัน ทำให้เราเกิดความไว้วางใจ ซาบซึ้ง ขอบพระคุณ และ รักตอบท่าน  ในฐานะลูกที่ผูกพันกับพระบิดา  มีคำเขียนไว้ว่า “ บิดาสงสารบุตรของตนฉันใด พระเจ้าทรงสงสารบรรดาคนที่ยำเกรงพระองค์ฉันนั้น “ พระบิดาทรงสงสารคนที่ยำเกรงพระองค์  พระองค์ทรงมีความรู้สึกที่เห็นใจเราอย่างมาก  ความรู้สึกสงสารของคนที่เป็นพ่อแม่ที่ให้กับลูกนั้น เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้ง  เป็นคนอื่นเขาจะไม่เห็นใจ  แต่เพราะเป็นลูกๆของเราความรู้สึกสงสารเห็นใจมาจากก้นบึ้งของหัวใจความเป็นพ่อเป็นแม่  “ สงสารจังเลย

เหมือนมีคำที่เขียนไว้ว่า  “ แม้บิดามารดาจะทอดทิ้งเจ้า แต่พระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งเจ้า… ความรู้สึก  ความผูกพันที่พระเจ้าพระบิดามีให้เรานั้น เป็นความรู้สึกที่ไม่เพียงลึกซึ้งแต่ยังเต็มไปด้วยความตั้งใจ การตัดสินใจที่แน่วแน่ ว่า ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร  ใครอีกสักกี่คนจะทอดทิ้งเรา  พระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งเรา  ไม่มีวันที่พระองค์จะทอดทิ้งเรา เพราะเราเป็นลูกที่รักของพระองค์ ความรักที่พระบิดามีต่อพระเยซู เป็นความอุทิศทุ่มเทที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง  และ พระเยซูอธิษฐานขอให้ความรักที่พระบิดามีให้พระองค์นั้นดำรงอยู่ในผู้เชื่อ      ( ยฮ 17:23)  ความรัก ความผูกพันฉันพ่อลูก ของเรากับพระเจ้าจะนำมาซึ่ง พัฒนาการแห่งความไว้วางใจที่เราจะมีต่อพระองค์  การรู้จักพระบิดา นำมาซึ่ง ความไว้วางใจที่เรามีต่อพระองค์ ยิ่งสนิทกับพระองค์ ความรู้สึกไว้วางใจพระองค์ก็เป็นผลผลิตของความสัมพันธ์ที่แนบแน่นขึ้นเรื่อยๆ  การไว้วางใจที่เรามีต่อพระเจ้าจะปลดปล่อยความเชื่อที่เหนือธรรมชาติ  ความสงบภายในจะเกิดขึ้น สยบความวุ่นวายที่เกิดขึ้นรอบข้างเราได้  เราจะมีกำลังที่จะอธิษฐานด้วยความเชื่อ

สนิทสนม  สร้างมาเป็นเพื่อน    Create for Companionship

 
และจากพัฒนาการของสัมพันธภาพฉันพ่อลูกที่ลึกซึ้งนี่เอง สัมพันธภาพนี้จะเบ่งบานเป็นความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่ลึกซึ้งและใกล้ชิดยิ่งขึ้น  มีพ่อลูก แม่ลูกหลายคู่ที่ได้พัฒนาสัมพันธ์ภาพที่มีให้กันและกันมาเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกัน  เมื่อแซมลูกของข้าพเจ้ายังเล็ก ข้าพเจ้าเป็นแม่ที่คอยดูแล เอาใจใส่ อบรมสั่งสอน ชี้นำ ตอนนี้แซมโต อายุ 13 ปีเริ่มเป็นวัยรุ่น เราเป็นเพื่อนกันมากขึ้น เราฟังความคิดเห็นของกันและกัน  แซมไว้วางใจแม่ที่ไม่มีวันนำสิ่งที่ไม่ดีมาสู่ชีวิตของเขา  ความไว้วางใจถูกพัฒนาขึ้นจากการใช้ชีวิต ความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ   พระเจ้าเองก็อยากพัฒนาความสัมพันธ์ที่มีกับเราให้เป็นมิตรสหาย เพื่อนรู้ใจ  เหมือนกษัตริย์ดาวิดที่เดินกับพระเจ้าเมื่อเป็นเด็กเลี้ยงแกะที่เมืองเบ็ธเลเฮ็ม  จนมาเป็นมหาดเล็กของกษัตริย์ซาอูล  จนมาเป็นนักรบที่มีชัยชนะในกองทัพ  แม้ได้รับความอยุติธรรม ถูกข่มเหงตามล่าอยู่ถิ่นทุรกันดาร อยู่ถ้า  ลำบากกว่า 20 ปี จะได้เป็นกษัตริย์ตามคำพยากรณ์  ดาวิดได้พัฒนาความสัมพันธ์กับพระเจ้าจนพระเจ้าเรียกเขาว่า เพื่อนผู้รู้ใจที่ทำตามใจพระเจ้าเสมอ ดาวิดมีความคิดของพระเจ้า  ให้ความคิดของพระองค์เป็นความคิดของเรา (อ เปาโล กล่าวว่า แต่เรามีพระทัยพระคริสต์)  มีครั้งหนึ่งที่ ไฮดี้ เบอร์เกอร์ ถามพระเจ้าว่าจะเทศนาเรื่องอะไรดี  พระเจ้าตอบเธอว่า แล้วเจ้าอยากจะเทศน์อะไร  เธอบอกว่าพระองค์ช่างน่ารักจริงๆ   ใช่การทำงานกับพระเจ้า มีพระเจ้าเป็นเพื่อนร่วมงานนี่ช่างสนุกสนาน  ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ
พระเจ้าไม่ได้ทรงสร้างเรามาเป็นต้นไม้ แต่ทรงตั้งใจสร้างเรามาเป็นเพื่อน  คิดแบ่งปัน เสนอความคิดเห็นได้  โมเสสคุยแสดงความคิดกับพระเจ้าไม่เห็นด้วยที่พระเจ้าจะทำลายคนอิสราเอลให้หมดเพราะเขาทรยศพระเจ้า      แล้วพระเจ้าก็เปลี่ยนพระทัย เพราะพระองค์ทรงฟังความคิดเห็นของโมเสสเพื่อนของพระองค์   บิล จอนห์สัน เคยเทศนาเรื่อง การพัฒนาสัมพันธภาพกับพระเจ้า  Friendship with God  ท่านเดินมาในไฟของการฟื้นฟู กว่า 17 ปี ผู้เริ่ม  โรงเรียนอัศจรรย์เหนือธรรมชาติ (Supernatural School)  มีการอัศจรรย์ที่เหนือธรรมชาติรอบๆตัวท่านเสมอๆเป็นปกติ บิลให้คุณค่าของการมีความสัมพันธ์ฉันเพื่อนกับพระเจ้า  ชีวิตการรับใช้ของท่านหลั่งไหลออกมาจากสัมพันธ์ที่สนิทกับพระเจ้าที่เป็นเพื่อนของท่าน  ท่านสอนให้อย่าใช้ความสัมพันธ์นี้เพียงเพื่อที่จะรับใช้  อย่าทำกับพระเจ้าเหมือผู้ชายที่ทำกับโสเภณี  พระเจ้าของเราเรียกเราว่ามิตรสหาย  พระองค์ทรงเป็นสหายเลิศของเรา
พระเยซูตรัสว่า “ เราไม่เรียกท่านว่าบ่าว ……แต่ เรียกท่านว่า  มิตรสหาย”
เรามีพระเจ้าเป็นเพื่อน ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ


ต่อตอนที่ 2 โปรดติดตาม
ขอพระเจ้าอวยพร
วรรณา  ไพบูลย์เกษมสุทธิ
wanna.thop@gmail.com
——————————————————————————-
หมายเหตุ   บทความนี้ จากส่วนหนึ่งของหนังสือ  ใกล้ชิดพระเจ้า  เขียนโดย  วรรณา  ไพบูลย์เกษมสุทธิ  ซึ่งเป็น เอกสารประกอบการเรียน วิชา วิถีแห่งความใกล้ชิดสนิมสนม
Powered by www.477internet.com