อิสราเอล และ ยุคสุดท้าย และชีวิตที่ใกล้ชิดพระเจ้า

อิสราเอล และ ยุคสุดท้าย และชีวิตที่ใกล้ชิดพระเจ้า

Israel, Intimacy and EndTime

ภาพใหญ่ของวาระ

หัวข้อการเรียนการสอนของวิชายุคสุดท้าย :

1.เส้นเวลาจากประวัติศาสตร์โลก, เวลายุทธศาสตร์  ตั้งแต่ปฐมกาล-วิวรณ์การรื้อฟื้นกลับสู่สภาพดีดังเดิม

2.หมายสำคัญของยุคสุดท้าย                                    3.วาระของอิสราเอล

4.การเตรียมเป็นเจ้าสาวเพื่อรอรับการเสด็จมาครั้งที่ 2 (Intimacy)

5. เหตุการณ์ต่างๆที่แวดล้อมก่อนการเสด็จมาครั้งที่ 2

6.ยุคพันปี การบูรณะโลกนี้ให้กลับสู่สภาพดีเหมือนในสวนเอเดน

7.เหตุการณ์ที่นำไปสู่พิพากษาครั้งสุดท้าย

8.การพิพากษาหน้าพระที่นั่งสีขาว

9.ฟ้าสวรรค์ใหม่ แผ่นดินโลกใหม่

เชิญฟังไฟล์เสียงได้คะ โดย อ สุวัฒน์  ไพบูลย์เกษมสุทธิ  สนใจชั้นเรียนเต็ม สามารถสั่ง CD ที่ wannaprayer222@gmail.com 

Flash required

เนื้อหา จากเอกสารประกอบคำสอน เรื่องยุคสุดท้าย 

1. หมายสำคัญของยุคสุดท้ายและวาระของอิสราเอล     หมายสำคัญของยุคสุดท้าย    มัทธิว11:3;16:1-4

หมายสำคัญของการเปลี่ยนฤดูกาล

  1. ข่าวประเสริฐแห่งอาณาจักรพระเจ้าถูกประกาศไปทั่วทุกประชาชาติให้เป็นคำพยาน(มัทธิว 24:14 )
  2. เวลากำหนดของคนต่างชาตินั้นครบถ้วน(ลูกา 21:24 )
  3. เกิดเหตุการณ์ การล่อลวง หมายสำคัญของธรรมชาติ สงคราม การกันดารอาหาร โรคติดต่อ และแผ่นดินไหว(และเสียงกึกก้องของทะเลและคลื่น) (มัทธิว 24:14 )

ลัทธิเทียมเท็จเกิดขึ้นและทำการประกาศอย่างอุกอาจว่าเป็นของแท้

สถิติ

.ในศตวรรษที่ยี่สิบประชาชนหนึ่งร้อยล้านคนถูกฆ่าตายเพราะสงคราม

.ทุกปีคนสี่ล้านคนตาย เพราะขาดอาหาร WHO ประมาณว่า1/3ของประชากรโลกอยู่ในขั้นขาดอาหารอย่างหนัก ระหว่างปี1990-2000 เด็กประมาณ 100ล้านตายเพราะป่วยและขาดอาหาร

.มะเร็งฆ่าผู้คนกว่า 5 ล้านคนทุกปี เอ็ดส์ฆ่าคนกว่า10 ล้านคนทุกปี

ประชากรโลกกำลังวิตกกับความถี่และความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนพยายามรณรงค์เรื่องลดโลกร้อน เกิดความกลัวเพราะสังหรณ์ถึงเหตุการณ์ซึ่งจะบังเกิดในโลก(ลูกา 21:26)

เหตุการณ์เหล่านี้เป็นขั้นแรกแห่งความทุกข์ยาก(ภาษากรีกใช้คำว่าปวดครรภ์คลอด)ซึ่งต้องมีมาก่อนกำเนิดยุคใหม่(ยุคพันปี) ขั้นต่อมา จะเกิดสันติภาพจอมปลอมทั่วโลก(1เธสะโลนิกา 5:2-3; ดาเนียล 9:27)ขั้นที่สามคือการเกิดความทุกข์ยากลำบากครั้งใหญ่ (มัทธิว 24:21;เยเรมีย์ 30:5-7)

หมายสำคัญของสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียดที่ก่อให้เกิดความวิบัติตามดาเนียล9:27(รูปปั้นของสัตว์ร้ายที่พูด หายใจและออกกฎหมาย วิวรณ์ 13:14-16) ย้ำสิบครั้ง

เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นให้เฝ้าระวังเพราะเวลาซึ่งพระองค์เสด็จมาใกล้ถึงประตูแล้ว(มัทธิว 24:33-35 ;ลูกา 21:3-36 )

ความคาดหวังของเหล่าอัครทูตเรื่องการเสด็จกลับมา

 

ยอห์น 14:1-3;21:21-23; กิจการ 1:6-11;2เปโตร3:3 (ปฐมกาล19:14 )ฯลฯ

คำสั่งขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าคือ ให้เฝ้าระวัง(ลูกา34-36 มัทธิว 24:45-25:30 ฯลฯ)

2.  วาระของอิสราเอล

 

คศ. 70

คศ. 135

ผู้นำคริสตจักรหลายท่านเริ่มไม่เข้าใจวิธีการของพระเจ้าต่ออิสราเอล โดยเฉพาะเซนต์ออกัสติน ทำให้โรมันคาทอลิคและแม้แต่มาร์ตินลูเธอร์และนักศาสนศาสตร์ปัจจุบันหลง

ใช้การตีความแบบเปรียบเทียบมากไป เกิดศาสนศาสตร์คริสตจักรมาแทนที่อิสราเอล เนื่องจากคิดว่าพระเจ้าทรงลบอิสราเอลออกจากประวัติศาสตร์ของพระองค์

คศ. 1948 เกิดรัฐอิสราเอลขึ้นมาบนโลกนี้อีกครั้ง

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเรื่องนี้ ในหนังสือชนชาติของท่านจะเป็นชนชาติของฉันเขียนโดย ดอน ฟินโต หน้า 116-117 และหนังสืออิสราเอล คริสตจักรวาระสิ้นยุคหน้า 68-80  และหนังสือคริสตจักรที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เขียนโดย ซิด รอธ บทที่2,7,9

พระเจ้าทรงปิดซ่อนเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับวาระสุดท้ายในเทศกาลยิวตามที่ปรากฏในพระคัมภีร์ (รายละเอียดเรื่องนี้มีในหนังสืออิสราเอล คริสตจักรและวาระสิ้นยุคบทที่ 9 และหนังสือคริสตจักรที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เขียนโดย ซิด รอธ ในบทที่ 9)

เทศกาลปัศคาเน้นการไถ่ด้วยโลหิต สำหรับอิสราเอลไม่เพียงหมายถึงการออกจากอียิปต์ในอดีตและจะหมายถึงการออกจากประเทศต่างๆเข้ามาอยู่ในยุคพันปี

เทศกาลการถวายผลแรก พระเยซู(พระเยชูอาหรือพระเยชัว)ทรงเป็นผลแรกของการเป็นขึ้นมาจากความตาย

เทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อจึงเป็นการเฉลิมฉลองการที่พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย

เทศกาลสัปดาห์ เพ็นเทคอสต์ หรือชาวูโอต เป็นการเก็บเกี่ยวฝ่ายวิญญาณครั้งแรก การเก็บเกี่ยวครั้งแรกมักมักชี้ไปยังเทศกาลอยู่เพิงซึ่งเป็นการเก็บเกี่ยวฝ่ายวิญญาณในวาระสิ้นยุค

เทศกาลข้างต้นเกิดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิ เทศกาลที่เหลือเกิดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วง

โรช ฮาชานาห์(วันขึ้นปีใหม่)ชื่อที่ถูกคือยม เทรูอาห์หรือยม ฮา โชฟาร์(เทศกาลการเป่าโชฟาร์)นี่นับเป็นวันแรก มีเวลาทั้งสิ้นสิบวันเพื่อให้ทำการคืนดีกับพระเจ้าก่อนวันลบบาป

ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่อธิบายข้างต้นการเป่าโชฟาร์จะตรงกับการเป่าแตรครั้งสุดท้ายและผู้เชื่อพระเยซูคริสต์จะถูกรับขึ้นไปพบกับพระองค์ในท้องฟ้า

วันลบบาป (ยม คิปปูร์) เศคาริยาห์ 12;10; มัทธิว 24:30 ;วิวรณ์ 1:7

เทศกาลอยู่เพิง(สุคโคต)เศคาริยาห์บทที่14  เทศกาลอยู่เพิงเป็นการที่คนทั่วโลกเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ของพระเยซูคริสต์เจ้า

ยุคพันปี

3.  การเตรียมตัวเจ้าสาวของพระคริสต์เพื่อรอรับการเสด็จกลับมาขององค์เจ้าบ่าว

  • มีหัวใจของมารีย์ในโลกที่งานเยอะเหมือนมารธา ลูกา10:38-42

ยุคสุดท้าย :คุณพร้อมหรือยัง เตรียมใจรับพายุ/มรสุมแห่งชีวิตที่จะมาถึง

  • ดาวิดบุรุษผู้รู้ใจพระเจ้า ในฐานะผู้เลี้ยงแกะ ผู้หนีการไล่ล่าชีวิต และผู้เป็นกษัตริย์ สดุดี 27:4

 

  1. ความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ของพระบิดา ทรงเตรียมเจ้าสาวที่คู่ควรแด่พระบุตร(ยอห์น17:24-26 ) มอบเจ้าสาวที่คู่ควรแก่พระบุตรของพระองค์

เจ้าสาวผู้ร่วมเทียมแอกกับพระบุตรเป็นหุ้นส่วนชีวิตที่คู่ควรและเป็นคู่ที่สม กับพระบุตรของพระองค์

การร่วมรับภาระอย่างเท่าเทียมกัน(เทียมแอก อย่างคู่ควร  เหมาะสม )  หมายถึง

รับภาระร่วมกัน – ทั้งคู่ร่วมแรงช่วยเหลือ  โดยการแบ่งภาระอย่างเท่าเทียมกัน

มีความคิดเหมือนกันและ “จิตใจอย่างเดียวกัน” ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นเหมือนพระเจ้า แต่เราจะมี

จิตใจและความคิดที่คล้ายคลึงกันกับพระองค์ ในฐานะของผู้รับภาระร่วมอย่างเท่าเทียมกัน

เรานำมาซึ่งความชื่นชมยินดีอย่างเต็มเปี่ยม (ฟป.2:1-4) “มีความคิดอย่างเดียวกัน มีความรัก 

               อย่างเดียวกัน และมีเป้าหมายเดียวกัน”

 

เรารู้จักพระองค์โดยทางฤทธิ์เดชในการที่พระองค์ทรงคืนพระชนม์  และร่วมทุกข์กับพระองค์

ร่วมในการตายของพระองค์ (ฟป.3:10)

                เจ้าสาวผู้นี้จะเติบโตเต็มที่ในความรัก – เธอจะท่วมท้นด้วยไฟแห่งความรักของพระบุตร

  • แผนการณ์ของพระบิดาเพื่อให้เกิดไฟแห่งความรักที่แท้จริง ซึ่งจะเป็นไฟที่ร้อนตลอดไปเป็นนิตย์

เราจะออกจากไฟแห่งความทุกข์ยากลำบากเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ พึ่งพิงในพระองค์อย่างสิ้นเชิง จิต ใจมั่นคงและวางใจพระองค์อย่างสุดใจ (พซม.8:5; ฮกก.2:7; ฮบ.12:26)

ความปรารถนาของพระเยซูและแผนการของพระเจ้า คือ เจ้าสาวจะรักด้วยความรักของพระเยซู

          ข้าพระองค์ได้กระทำให้เขารู้จักพระนามของพระองค์ และจะกระทำให้เขารู้อีก เพื่อความรักที่

         พระองค์ได้ทรงรักข้าพระองค์จะดำรงอยู่ในเขา ข้าพระองค์อยู่ในเขา (ยน.17:26)

จุดประสงค์ที่ยิ่งใหญ่กว่าอารมณ์โรแมนติก – ในการรักพระเยซูด้วยความรักที่สมบูรณ์นั้นจะทำให้     เรารักกันและกันเหมือนที่พระองค์ทรงรักเรา มีความสัมพันธ์ต่อกันด้วยความอ่อนโยน รักสัจกรุณา

กระทำความยุติธรรม ดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมใจ (มคา.6:8) รักอย่างเสียสละและไม่เห็นแก่ตัว                         ปรนนิบัติและเป็นผู้เล็กน้อยเพราะเห็นแก่ความรัก

         เจ้าสาวจะได้รับทุกสิ่งเป็นมรดกจากพระเจ้า

แผนการของพระบิดา คือ แต่งตั้งพระบุตรของพระองค์เป็นผู้ปกครองโลก ผู้จะเสด็จมาในสภาพมนุษย์ผู้ซึ่งจะปกครองอย่างชอบธรรมและเที่ยงธรรมเคียงคู่กับบรรดามนุษย์ในฐานะหุ้นส่วน

ผู้ใดมีชัยชนะ ผู้นั้นจะได้รับสิ่งเหล่านี้เป็นมรดก และเราจะเป็นพระเจ้าของเขาและเขาจะเป็นบุตรของเรา (วว.21:7)

เราจะได้รับมอบหมายความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ ด้วยกันกับเจ้าบ่าวของเรา พระองค์จะได้รับมรดกจากพระบิดา (สดด.2; วว.5) เดินในฤทธิ์เดชและสิทธิอำนาจอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อนโดยไม่ใช้ในทางที่ผิด

นี่เป็นครั้งแรกที่มนุษย์จะได้รับอำนาจเช่นนี้ โดยไม่เกิดการเบี่ยงเบนและไม่ถูกอำนาจที่มีมากมายทำให้ใช้อำนาจในทางที่เสื่อมเสีย

 

มนุษย์เมื่อปราศจากพระเจ้า ไร้ค่าและไม่เหมาะที่จะรับโลกเป็นมรดก พันปีแห่งฤทธิ์อำนาจในระดับนั้นจะเปิดโปงความว่างเปล่าและหายนะ การหลอกลวงและความเย่อหยิ่งยะโส ทำให้มนุษย์ยังคงใช้ฤทธิ์อำนาจและเน้นความปรารถนาของตนเอง ละทิ้งความเมตตาและกรุณา

  1. ความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่อีกประการหนึ่งของพระบิดา ทรงหาที่พำนัก (รูธ3:1;อิสยาห์66:1; สดุดี132:8,14)

เจ้าสาวเตรียมพร้อมสำหรับเจ้าบ่าวในวาระสิ้นยุค มีน้ำมันสำรอง

 

คำอุปมาเรื่องเงินตะลัน เน้นการเป็นบ่าวที่สัตย์ซื่อ เรื่องเจ้าสาวเน้นที่ความรักใจที่จดจ่อ เตรียมพร้อม

              มีหัวใจของมารีย์ในโลกที่งานเยอะอย่างมารธา ลูกา10:38-42

บริบทสำหรับสองคำอุปมาของพระเยซูเกี่ยวกับการเป็นผู้นำในยุคสุดท้ายในมธ.25

ก.     ในมธ.25:1-30 พระเยซูสอนโดยใช้สองคำอุปมาเจาะจงไปที่ผู้นำจะดำเนินชีวิตอย่างไรในยุคสุดท้าย คำอุปมาเรื่องแรกเกี่ยวกับหญิงพรหมจารีโง่และฉลาด ซึ่งหมายถึงความสัมพันธ์ของผู้นำกับพระวิญญาณ ในขณะที่เขาฟูมฟักความสัมพันธ์สนิทสนมกับพระเยซูในฐานะที่เป็นพระเจ้าเจ้าบ่าว (มธ.25:1-13) คำอุปมาที่สองคือเรื่องความอดทนในหน้าที่การปรนนิบัติรับใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิ่งเล็กน้อยและยากลำบาก (มธ.25:14-30)

ในมธ.24 คำสอนของพระเยซูเกี่ยวกับยุคสุดท้าย จัดเตรียมบริบทสำหรับสองคำอุปมาเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในมธ.25:1-30 พระเยซูทรงสอนอย่างชัดเจนว่า การถูกรับขึ้นไปจะอยู่ในช่วงสุดท้ายของการทนทุกข์

  1.  ผู้นำในวาระสิ้นยุคต้องใกล้ชิดสนิทสนมกับพระเจ้า (2โครินธ์11:2-3 )

พระคริสตธรรมคัมภีร์พันธสัญญาใหม่  กล่าวถึง การเตรียมเจ้าสาวให้พร้อม เพื่อรับเสด็จองค์พระเยซูคริสต์  ด้วยการรื้อฟื้นสัมพันธภาพที่ลึกซึ้งกับพระองค์  เป็นเจ้าสาวที่เลือกที่จะรักองค์เจ้าบ่าวอย่างสมัครใจ   ด้วยความเต็มใจ

I.         ความสำคัญของความสัมพันธ์สนิทที่ลึกซึ้งกับพระเจ้าในยุคสุดท้าย

เมื่อถึงวันนั้นแผ่นดินสวรรค์จะเปรียบเหมือน หญิงพรหมจารีสิบคนถือตะเกียงของตนออกไปรับเจ้าบ่าว (มธ.25:1)

ก.       เนื้อหาของคำอุปมา เริ่มต้นด้วยคำว่า “เมื่อถึงวันนั้น” ซึ่งอ้างย้อนกลับไปถึงคำบรรยายของพระเยซูในบทที่ 24 เกี่ยวกับสิ้นยุค และหลังจากการอธิบายว่าเหตุการณ์จะเปิดเผยอย่างไรในช่วงเวลานั้น พระองค์ใช้คำว่า “เมื่อถึงวันนั้น” ก่อนอธิบายว่าอาณาจักรจะเป็นอย่างไร

ข.       เบื้องหลังคำอุปมานี้เป็นที่รู้จักกันดีในวัฒนธรรมยิวสมัยโบราณ เกี่ยวข้องกับการเฉลิมฉลองการสมรสเป็นเวลาหลายคืน จะให้ดีต้องเจ็ดคืน สำหรับครอบครัวที่ร่ำรวย แต่ละคืนของการแต่งงานจะมีกิจกรรมเฉลิมฉลองด้วยมุมการเน้นที่แตกต่างกันไป ในคำอุปมานี้หญิงพรหมจารีโง่พลาดการร่วมฉลองในคืนแรกอย่างไม่จำเป็น นี่เป็นภาพเล็งถึงพันธกิจในยุคสุดท้ายของพระกายพระคริสต์ พร้อมด้วยการสำแดงของพระเยซูในฐานะพระเจ้าผู้เป็นเจ้าบ่าว คนโง่ได้ถือตะเกียงของตน (งานรับใช้) แต่ไม่มีน้ำมัน ดังนั้น เขามีความกระตือรือร้นในการตามวิธีต่าง ๆ เพื่อขยายพันธกิจการรับใช้มากกว่าที่จะฝึกฝน “น้ำมันแห่งการใกล้ชิดสนิทสนม” คนมีปัญญามีน้ำมันพร้อมด้วยตะเกียง (งานรับใช้) ในขณะที่พวกเขาติดตามความสัมพันธ์อันสนิทสนมมากกว่าการรับใช้ [1]

ค.       อะไรคือถ้อยคำสำหรับเจ้าสาว? พระวิญญาณบริสุทธิ์เชื้อเชิญเราให้ชื่นชมในความสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้าโดยยอมให้เรามีประสบการณ์กับสิ่งที่ลึกซึ้งในหัวใจของพระองค์ ผู้หยั่งรู้สิ่งที่ล้ำลึก และพระทัยอันกว้างใหญ่ของ  พระเจ้าปรารถนาว่าเราจะรู้และมีประสบการณ์ และดำเนินชีวิตในความสัมพันธ์สนิทที่มีชีวิตไปกับหัวใจของพระองค์ หัวใจเราเข้มแข็งขึ้นโดยฤทธิ์อำนาจของพระองค์ (อฟ.3:16-19) พระวิญญาณเจิมเราให้ได้รับความรักของพระเจ้าสำหรับเรา เพื่อมอบความรักคืนให้พระเยซู และให้ความรักนั้นไหลล้นไปสู่คนอื่น ๆ (1 คร.2:9-12)

  1. พันธกิจสองแบบ มีปัญญา ขาดปัญญา-โง่                                                                                          ไม่ใช่ชอบธรรมและอธรรม(มัทธิว 25:1-13 เอเฟซัส5:15-17;5:18-21;1โครินธ์1-40; ฮีบรู10:24-25)

 

  1. ความจำเป็นของการสำรองน้ำมัน(ติดสนิทกับเถา)ในวาระสิ้นยุค                                                          เกรงว่าพระองค์มาช้า

v    เมื่อเจ้าบ่าวยังช้าอยู่ก็พากันหลับไป (มธ.25:5) นี่พูดถึงการเฝ้าระวังกระบวนการพัฒนาชีวิตตามธรรมชาติ พวกเขาแต่ละคนดำเนินชีวิตของตนไปวันต่อวันในระหว่างที่มีการล้าช้านั้น แต่แม้ว่าในกระบวนการธรรมดาเหล่านี้ คนมีปัญญาทำบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ธรรมดา พวกเขาเตรียมน้ำมันสำรองไว้

v    ครั้นเวลาเที่ยงคืนก็ได้ยินเสียงร้องว่า เจ้าบ่าวมาแล้ว จงออกมารับท่านเถิด (มธ.25:6) เสียงร้องนี้ดังขึ้นในเที่ยงคืนที่มืดมิดของประวัติศาสตร์ก่อนการเสด็จมาครั้งที่ 2 มันเป็นเสียงร้องของผู้สื่อข่าวที่วิ่งนำหน้า กระตุ้นให้ทุกคนที่ได้ยินออกไปรับพระองค์ จำเป็นต้องพยายามลุกขึ้น ออกไป และพบกับพระเยซู

เมื่อหญิงพรหมจารีโง่ขอน้ำมันจากหญิงมีปัญญา ผู้มีปัญญาตอบว่า “ไม่ได้” พูดถึงความจริงว่าประวัติศาสตร์ที่เร้นลับลึกซึ้งในพระเจ้าไม่สามารถโอนถ่ายให้ใครได้ แต่ผู้เชื่อแต่ละคนสามารถรับได้ (จากพระเจ้า)เท่านั้น

คำตอบของผู้มีปัญญา “ไม่ น่ากลัวน้ำมันจะไม่พอสำหรับเราและเจ้า…” ยังชี้ให้เห็นสิ่งที่คนมีปัญญาทุ่ม เทจดจ่อทั้งหมด คือ การเข้าสู่พิธีมงคลสมรส แม้ว่าในเวลาที่ขบวนของพิธีเริ่มดำเนินไปตามถนน พวกเขาระมัดระวังที่จะรักษาและดูแลชีวิตที่ลึกซึ้งในพระเจ้า ปกป้องดั่งทรัพย์สมบัติอันล้ำค่าของตน

3. คนมีปัญญาขอให้คนโง่ไปซื้อน้ำมันเพื่อตัวเขาเอง (วว.3:18) คือการเข้าสู่กระบวนการที่พระเจ้ากำหนดเพื่อรับเอาประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้งในพระเจ้า

ในขณะที่หญิงพรหมจารีโง่ได้รีบเร่งออกไปซื้อน้ำมันกลางดึก ขบวนเจ้าบ่าวได้มาถึงและคนมีปัญญาเข้าสู่ขบวนพิธีมงคลสมรสและเข้าในงานเลี้ยงฉลอง

  1. ความจำเป็นของการมีน้ำมัน เพื่อออกไปพบเจ้าบ่าว                                                                          ธรรมเนียมของคนที่มีสิทธิออกไปต้อนรับเจ้าบ่าว

วัฒนธรรมยิวสมัยโบราณในเรื่องการเฉลิมฉลองการสมรสนั้นกระทำกันเป็นเวลาหลายคืน (จะให้ดีต้องเจ็ดคืน สำหรับครอบครัวที่ร่ำรวย) แต่ละคืนของการแต่งงานจะมีกิจกรรมเฉลิมฉลองด้วยมุมการเน้นที่แตกต่างกันไป สำหรับผู้ที่มีความใกล้ ชิดต่อคู่บ่าวสาวที่สุดก็ได้รับเชิญมาร่วมในคืนแรกและในแต่ละคืนต่อ ๆ มา

ในขณะที่งานเลี้ยงฉลองการสมรสของยิวได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องหลายคืนและแต่ละคืนมีความโดดเด่นที่แตกต่างออกไป พระเจ้าก็กำลังเท“คลื่นของพระวิญญาณ”ที่แตกต่างกันลงมา ก่อตัวขึ้นถึงความเต็มขนาดของการฟื้นฟูยุคสุดท้าย สู่จุดสุดยอดด้วยการเสด็จมาครั้งที่ 2 นี่เป็นฉากจบที่ยิ่งใหญ่ของงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของพระเมษโปดก (วว.19:7-9)

                   น้ำมันแห่งความสัมพันธ์สนิทกับพระเยซูในฐานะที่เป็นพระเจ้าเจ้าบ่าว

ก.     น้ำมันแห่งความสัมพันธ์สนิทพูดถึงการบำรุงเลี้ยงชีวิตที่ลึกซึ้งในพระเจ้า[2]  มีผลต่อชีวิตจิตวิญญาณของผู้เชื่ออย่างลึกซึ้งในด้านต่างๆ คือ

ทำให้จิตใจอ่อนโยนลง (ไวต่อ) มีเสรีภาพที่จะสัมผัส (รับ) ความรักและความปรารถนาของพระเจ้าต่อเรามากขึ้น ความจุในฝ่ายวิญญาณขยายขึ้น (ความรู้สึกไวต่อการสัมผัสพระเจ้า)

ทำให้ความปรารถนาพระองค์ในเราเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่เราพบกับความปรารถนาของพระองค์ที่มีต่อเรา กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เข้าใจความปรารถนาที่พระองค์มีต่อเราปลุกเร้าความปรารถนาของเราให้ตอบสนองต่อพระองค์

ทำให้ความเข้าใจของเรากระจ่างชัดขึ้นโดยสำแดงความปรารถนาและความงดงามของพระเจ้า

ทำให้เอกลักษณ์ฝ่ายวิญญาณของเราชัดเจนขึ้น (สำแดงตัวตนที่แท้จริงของเราต่อพระเจ้า) ในพระคริสต์ เราเป็นบุตรต่อหน้าพระบิดาและเป็นเจ้าสาวต่อหน้าพระบุตร

ทำให้เกิดความรู้สึกกระตือรือร้นเพื่อความชอบธรรม (ฮบ.1:8; สดด.69:7-10; ยน.2:17) นี่ช่วยเราในการต่อสู้ของเรากับการกลุ้มรุมของบาปที่วางกับดักเรา การส่งต่อความปรารถนาอันสดใหม่ในพระเจ้าช่วยทำให้ความปรารถนาเดิมในการทำบาปของเราลดลง

v  พระเยซูตรัสว่า นี่เป็นคำจำกัดความของคำว่าโง่ คือ ผู้ที่ถูกไถ่แล้วที่ถือว่างานรับใช้ของเขาสำคัญสูงส่งกว่าการพัฒนาชีวิตภายในกับพระเจ้าในหัวใจของพวกเขา

  1. ผลที่เกิดจากการพันธกิจในวาระสิ้นยุค-ประตูปิด เหตุฉะนั้นจงเฝ้าระวังอยู่เพราะท่านไม่รู้กำหนด วันหรือโมงนั้น

ความสำคัญของคำอุปมาคือ หญิงพรมจารีโง่ไม่จำเป็นต้องพลาดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสในคืนแรก หลักการคือ งานรับใช้มากมายไม่จำเป็นต้องพลาด“ส่วนของกิจกรรมการเฉลิมฉลองงานเลี้ยงการฟื้นฟูในยุคสุดท้าย”

คำแนะนำของพระเยซูถึงงานที่ยิ่งใหญ่ในการฟื้นฟูยุคสุดท้าย คือ เฝ้าระวัง หรือพัฒนาหัวใจที่สัมพันธ์กับพระวิญญาณ และกับพระเยซูในฐานะที่เป็นพระเจ้าเจ้าบ่าวที่เห็นในมธ.25:1, 6, 10, 13

เหตุฉะนั้น จงเฝ้าระวังอยู่ เพราะท่านทั้งหลายไม่รู้กำหนดวันหรือโมงนั้น (มธ.25:13)



 

 

Powered by www.477internet.com