ซ่อนหา และ ค้นพบ

พระเจ้าทรงซ่อนสิ่งต่างๆ เพื่อเราจะค้นพบได้

มัทธิว 13:35 ทั้งนี้เป็นจริงตามที่กล่าวไว้ผ่านทางผู้เผยพระวจนะว่า “ข้าพเจ้าจะเอื้อนเอ่ยคำอุปมาจะเผยสิ่งที่ซ่อนเร้นไว้ตั้งแต่ครั้งทรงสร้างโลก”

ผู้คนมักจะสงสัยว่า ทำไมพระเจ้าถึงไม่พูดอย่างเปิดเผยในคำที่เราเข้าใจง่ายๆ หรือว่าเป็นเสียงที่ได้ยินจากหู หรือหมายสำคัญที่จะๆ ไปเลย    พระคัมภีร์ได้ให้หลักการว่า พระเจ้านั้นทรงรับพระเกียรติสิริ เมื่อพระองค์ทรงปิดซ่อนมากกว่าทำให้สิ่งนั้นปรากฏชัดแจ้งเป็นที่สังเกตได้ เพราะว่าเป็นสง่าราศีของพระเจ้ามากกว่าที่พระองค์ปิดซ่อนและให้เราค้นหาให้พบ    บทนำของคำอุปมาเรื่องเมล็ดพืชและผู้หว่านนั้น เราพบว่าพระเยซูคริสต์ไม่ได้ใช้คำอุปมาหรือการยกตัวอย่างเท่านั้น แต่พระองค์ทรงซ่อนความจริงไว้ เพื่อคนที่หิวกระหายจะเข้าใจนั่นเอง (ดูมัทธิวบทที่ 13:11,บทที่ 13:18-23) ทั้งนี้เป็นความเมตตากรุณาของพระเจ้า ที่ได้ปิดบังการเปิดเผยสำแดงจากผู้คนที่ไม่มีความหิวกระหายความจริง เพราะว่าโอกาสที่พวกเขานั้นไม่เชื่อฟังการเปิดเผยสำแดงที่เขาได้ยินมีสูงมาก   การเปิดเผยสำแดงย่อมนำมาซึ่งความรับผิดชอบ และความหิวกระหายนั้นได้เตรียมหัวใจของเราที่จะแบกรับภาระความรับผิดชอบนั้นได้   การปกปิดการเปิดเผยสำแดงจากคนเหล่านั้นที่ไม่มีความหิวกระหาย     พระเจ้าทรงกระทำเพื่อปกป้องพวกเขาจากความล้มเหลวที่จะต้องแบกภาระความรับผิดชอบที่พวกเขาจะมีเมื่อรับการเปิดเผยสำแดง    ถึงกระนั้นก็ตามพระองค์ไม่ได้ปิดซ่อนจากเรา แต่พระองค์ปิดซ่อนไว้เพื่อเราตั้งหาก!

          แต่ก็มีสมการอีกส่วนหนึ่ง “สุภาษิต 25:2 ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าคือการซ่อนสิ่งต่างๆ ไว้ แต่ความยิ่งใหญ่ของพระกษัตริย์นั้นคือการค้นพบสิ่งให้ปรากฏ” พระคัมภีร์ในวิวรณ์ 1:6 ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนเราทั้งหลายผู้เชื่อนั้นเป็นกษัตริย์ (ในภาษาไทยใช้คำว่าอาณาจักร แต่ในภาษาอังกฤษรากศํพท์เดิม ใช้คำว่า King คือคำว่ากษัตริย์) และเป็นปุโรหิตพระเจ้าของเรา อัตลักษณ์ของความเป็นราชวงศ์ของเราไม่เคยได้ฉายแสงที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านี้ ที่เราจะแสวงหาสิ่งที่ปิดซ่อนไว้ ด้วยความมั่นใจว่า เรานั้นได้รับสิทธิที่เข้าถึงสิ่งที่ปิดซ่อนไว้ตามกฎหมายของพระเจ้า ความล้ำลึกของมรดกของเรา ก็คือค้นพบสิ่งเหล่านี้นั่นเอง บทบาทของเราในการครอบครองในปกครองร่วมกันกับพระคริสต์ จะมาถึงเมื่อเราได้แสวงหาสำหรับคำตอบสำหรับมิติที่ปิดซ่อนไว้เกี่ยวกับการครอบครองโลกนี้ สิ่งสำคัญที่เราควรพึงระลึกก็คือว่า การครอบครองจะต้องมาจากมุมมองจากพระเจ้า นั่นหมายถึงว่าการเป็นผู้รับใช้คนทั้งปวงนั้นเอง เพราะว่าหลายคนได้มีมุมมองผิดพลาดในศาสนศาสตร์ของความเป็นผู้นำ และได้ใช้ความคิดที่ผิดพลาดนี้ เป็นเหตุผลที่จะแสวงหาการครอบครองผู้อื่น และนี่เป็นสิ่งที่พระเยซูคริสต์เตือนสติที่จะเป็นผู้รับใช้คนทั้งปวง จุดยืนของเราก็คือการเป็นผู้รับใช้การเป็นผู้ปรนนิบัติคนทั้งปวง

พระเยซูได้ตอบสาวกของพระองค์ “สำหรับพวกท่านนั้น ท่านจะได้รับการเปิดเผยความล้ำลึกของแผ่นดินสวรรค์ แต่ไม่ได้ให้สิ่งเหล่านี้กับผู้อื่น” (มัทธิว 13:11 พระคัมภีร์ฉบับ NASB) เราในฐานะผู้เชื่อ เราคือผู้ชอบธรรมตามกฎหมายของพระองค์ในการที่จะเข้าถึงในมิติที่ล้ำลึกของพระเจ้า สิ่งที่ปิดซ่อนถูกวางไว้ในที่ๆรอคอยให้ผู้เชื่อไปค้นพบ ความล้ำลึกและสิ่งปิดซ่อนไว้นั้นเป็นมรดกของเรา

“อัตลักษณ์ความเป็นราชวงศ์ของเราไม่ได้ฉายส่องสว่างมากเท่ากับเมื่อเราได้เสาะแสวงหาสิ่งที่ปิดซ่อนไว้ ด้วยความมั่นใจว่าเราเป็นผู้ชอบธรรมตามกฎหมายของพระเจ้าที่จะเข้าถึงความล้ำลึกที่ถูกปิดซ่อนไว้ เพราะเป็นมรดกของเรา”

ข้อคิดจากบิล จอห์นสัน ประจำวันที่ 275   จากหนังสือชีวิตที่อัศจรรย์ 365 วัน แห่งการอธิษฐานและการอัศจรรย์ ( อ้างอิง หนังสือ  ฝันไปกับพระเจ้า บทที่ 3 )

แปลโดย วรรณา ไพบูลย์เกษมสุทธิ (1 ธันวาคม 2012)

Powered by www.477internet.com